
รัสเซียจีบไทย
รัสเซียจีบไทย : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
นายกรัฐมนตรีดีมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซียเยือนไทยอย่างเป็นทางการสองวันในสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ นับเป็นครั้งแรกนายกรัฐมนตรีรัสเซียมาไทยในรอบ 25 ปี ที่น่าสนใจคือการมาเยือนครั้งนี้ทำได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ทั้งสองประเทศต้องการเพื่อนพ้อง โดยเฉพาะไทย
ไทยถูกประชาคมโลกโดดเดี่ยว สืบเนื่องจากการยึดอำนาจพฤษาคมปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาเพื่อนเก่าแก่และสหภาพยุโรป ในเวลาเดียวกัน ส่วนรัสเซียเช่นกัน ถูกสหภาพยุโรปโดดเดี่ยว กรณีเข้ายึดไครเมียและเข้าไปมีส่วนในสถานการณ์ยูเครน เป็นสถานภาพที่ทั้งสองประเทศต่างเข้าใจซึ่งกันและกันดี
ในยามนี้ "ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ" ผู้นำไทยจึงเปิดประตูต้อนรับทุกประเทศผู้นำทุกคน ที่แวะมาหา ต้องการมิตรมากกว่าศัตรู รัสเซียเห็นประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอาเซียน เป็นฮับของอาเซียนและผืนแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์ สามารถผลักดันเรื่องการบูรณาการเศรษฐกิจในอาเซียน เพิ่มบทบาทรัสเซียในภูมิภาค รวมทั้งความคิดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมความมั่นคงในเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ ลึกๆ รัสเซียต้องการทำลายระบบพันธมิตรทางทหารของสหรัฐอเมริกาที่มีกับไทย
เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาประเทศไทยต้องฝ่าวงล้อมโดดเดี่ยวออกมา เพื่อสร้างความยอมรับในเวทีการเมืองระหว่างประเทศสืบเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศ ตอนนี้เริ่มตั้งหลักได้และพยายามปูทางเสริมสร้างสัมพันธ์ใหม่ ฟื้นมิตรภาพเก่ากับมหาอำนาจที่สนใจไทย
หลังจากการยกเลิกกฎอัยการศึก ผู้นำไทยมีความรู้สึกว่าฝ่ายโลกตะวันตกยังมีท่าทีแข็งกร้าวไม่เป็นมิตรเหมือนเดิม ไม่พยายามเข้าใจถึงสถานการณ์เปลี่ยนผ่านที่ดีขึ้นในประเทศ ที่มีเสถียรภาพ และความสงบสุขมากขึ้นในระดับหนึ่ง กลับมามีท่าทีกร้าวขึ้น ต่อว่ามาตรการ 44 มันร้ายแรงกว่ากฎอัยการศึก
เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลชุดนี้และ คสช.จึงมีแนวความคิดชัดเจนว่า ในเมื่อฝ่ายโลกตะวันตกไม่พยายามเข้าใจถึงความสลับซับซ้อนของสถานการณ์การเมืองในไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็ตามใจ ต้องพักไว้ก่อน ไปปรับสัมพันธ์กับประเทศที่เป็นมิตรกับเราและเข้าใจเราดีกว่า เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น รัสเซีย
ไม่น่าแปลกใจ ภายในสองเดือนสั้นๆ ไทยได้เสริมสร้างความร่วมมือทางด้านความมั่นคงทุกรูปแบบกับจีน อินเดีย ญี่ปุ่นและรัสเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นที่ต้องการสร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส
ในระยะสั้น สายสัมพันธ์ใหม่ด้านความมั่นคงกับมหาอำนาจเหล่านี้ ในระยะยาวจะมีผลกระทบกระเทือนต่อพันธมิตรสหรัฐอเมริกาและไทยอย่างแน่นอน นอกจากการฝึกคอมบร้าโกลด์แล้ว กิจกรรมทั่วๆ ไปในระดับผู้อำนวยการขึ้นไปไม่มีการติดต่อระหว่างกัน ทำให้สัมพันธ์ 182 ปีถูกแช่แข็งต่อไป
ยิ่งในฤดูกาลนี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา สนใจเรื่องอิหร่านและการต่อต้านกลุ่มไอซิส ไม่มีเวลามาสนใจไทย นโยบายปักเข็มมุดในเอเชียจึงถูกละทิ้ง ไม่มีความหมายอย่างจริงจัง ในประเด็นนี้ รัสเซียรู้ดีต้องการเพิ่มความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับไทย อยากเห็นไทยซื้ออาวุธและสินค้ารัสเซียมากขึ้น ครั้งนี้มีเซ็นสัญญาต่างๆ ถึงสิบฉบับเกี่ยวข้องกับการลงทุน การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ความร่วมมือทางการท่องเที่ยว และพลังงาน
รัสเซียมีความสนใจเข้ามามีบทบาทในเรื่องพลังงานในไทย มีพลังงานส่งออกและเทคโนโลยีในการพัฒนาและสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ เวียดนามได้ให้รัสเซียสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์หนึ่งโรง ญี่ปุ่นได้อีกหนึ่งโรง ตั้งอยู่ในเมืองนินท์ต่วน
นโยบายความมั่นคงของไทยตอนนี้มีลักษณะรวมมิตร ยังไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อพันธมิตรเก่าแก่สหรัฐอเมริกา ถ้าแนวโน้มการเมืองไทยยังคงสภาพเดิม ทหารยังอยู่ต่อ ความร่วมมือทางความมั่นคงไทย-สหรัฐจะต้องถูกกระทบกระเทือนแน่นอน
กองทัพไทยพยายามเพิ่มความหลากหลายในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากประเทศอื่นๆ เช่น สวีเดน ยุโรป จีน รัสเซีย เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกาซึ่งนับวันยิ่งห่างเหิน ต้องใช้เวลานานมาก เนื่องจากระบบอาวุธของไทยเป็นของสหรัฐอเมริกาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
สหรัฐอเมริกาหวังว่าสถานการณ์การเมืองไทยจะเปลี่ยนได้ในอนาคต เพื่อจะได้ฟื้นฟูสายสัมพันธ์ที่ขาดหายไป แต่ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง มิตรภาพไทย-สหรัฐอเมริกาถูกแช่แข็งเหมือนเดิม



