
เหยื่อทุ่งยางแดงไม่ผิด!ระเบิดเวลาต้องเร่งถอดชนวน
ผลสอบเหยื่อทุ่งยางแดงไม่ผิด! ระเบิดเวลาที่ต้องเร่งถอดชนวน : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
ผลสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และกลุ่มคนต้องสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่บ้านโต๊ะชูด อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และสามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้ 22 คน ซึ่งออกมาตรงข้ามกับคำยืนยันของเจ้าหน้าที่ว่า เป็นกลุ่มคนที่เตรียมจะมาก่อเหตุในพื้นที่ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อกองทัพไม่น้อย
โดยผลสอบของคณะกรรมการระบุใน 3 ประเด็นหลักว่า 1.ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ หรือเป็นแนวร่วม มีเพียงบางคนที่เคยต้องคดียาเสพติด และไม่พบว่ามีการครอบครองอาวุธปืน 2.สำหรับปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และเป็นไปตามข้อมูลการข่าว และ 3.ประเด็นการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจน แต่น่าเชื่อได้ว่า อาวุธปืนไม่ใช่ของผู้ตาย
พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงผลการสอบสวนว่า "ขอน้อมรับมติของคณะกรรมการที่แถลงต่อสื่อ และยินดีนำไปปฏิบัติ โดยทิศทางแรกต้องยอมรับที่มาของเหตุเกิดมาจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ติดตาม ทิศทางที่สองเรื่องการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ และต้องให้เวลาพิสูจน์ ซึ่งต้องเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้ภาวะวิกฤติที่อาจมีความหวาดกลัวบ้างที่มีผลต่อการตัดสินใจ แนวทางในการดำเนินการของ กอ.รมน.ภาค 4 ต่อผู้มีความเห็นต่างขอยืนยันว่า เราใช้แนวทางสันติอย่างเดียว เราให้เจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนให้มากที่สุดในการควบคุมตัวบุคคลตามขั้นตอนมีผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนาเข้าร่วมที่เคยเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว 4 ครั้งก่อนหน้านี้"
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ขออภัยทุกฝ่าย ทั้งคณะกรรมการ ญาติผู้ที่สูญเสีย และประชาชน ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เราไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในแนวทางได้ ขอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก้าวข้ามวิกฤติ ยึดหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนกันต่อไป
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) กล่าวสอดคล้องกันว่า เรื่องนี้เป็นไปตามคำกล่าวของทางแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และท่านยังเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ด้วยว่า จะยอมรับผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
"อย่างไรก็ตาม ผลสอบที่ออกมายังเป็นเพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเท่านั้น และไม่มีผลในทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรมต่อไป ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า มทภ.4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง ซึ่งที่ผ่านมาก็ระวังอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้คงต้องระวังมากกว่าเดิม แต่ยืนยันว่า ไม่กระทบต่อ "ทุ่งยางแดงโมเดล" เพราะทุ่งยางแดงโมเดลเป็นเรื่องของกำลังภาคประชาชนที่ทำแล้วได้ผลเป็นอย่างดี ทำให้ฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตีเราทุกวิถีทาง จึงอยากให้สื่อระมัดระวังว่าจะตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี กล่าวถึงแนวทางการสอบสวนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้มีการเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ภายในอาทิตย์นี้ก็จะดำเนินการเรียบร้อย ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรม เพราะผู้บังคับบัญชาสั่งให้ดำเนินการตรงไปตรงมา
พล.ต.ต.กฤษกร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม นี่เป็นคนละเรื่องกับการเยียวยา ไม่ใช่เยียวยาแล้วการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่ดำเนินการ เพราะการกระทำผิดก็ต้องว่าด้วยตามกฎหมาย ใครผิดใครถูกก็ว่าด้วยที่ศาล ทางพนักงานสอบสวนจะนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนในสองสามประเด็น
นับว่าผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่ออกมาสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อฝ่ายความมั่นคงได้ไม่น้อย และเป็น "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ต้องถอดชนวนอย่างระวัดระวังอย่างที่สุด



