คอลัมนิสต์

สร้างสรรค์หรือรักษาอำนาจ ?

สร้างสรรค์หรือรักษาอำนาจ ?

06 เม.ย. 2558

ขยายปมร้อน : สร้างสรรค์หรือรักษาอำนาจ ? : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น

 
                         แม้ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยืนยันว่า จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ ใครไม่ได้ทำความผิดอย่ากังวล แต่ก็ไม่สามารถคลายความกังวลของสังคมได้
 
                         ก็จริงอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ และแกนนำในรัฐบาลและ คสช.พยายามชี้แจงว่า อำนาจตามมาตรา 44 เป็นอำนาจที่มีอยู่แล้วตั้งแต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 แต่เมื่อมีการหยิบอำนาจตามมาตรานี้มาใช้ โดยเฉพาะมาใช้ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ แทน “กฎอัยการศึก” ก็ย่อมจะต้องถูกจับตาและวิพากษ์วิจารณ์
 
                         อย่างไรก็ตาม ในช่วง "ชุลมุน" ที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์กับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้มีการหยิบอำนาจตามมาตรา 44 มาใช้ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนในเรื่องมาตรฐานการบินของกรมการบินพลเรือนที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ไม่ยอมรับ จนส่งผลให้หลายชาติขยับจะห้ามสายการบินของไทยโดยเฉพาะสายการบินเหมาลำเข้าประเทศ และทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และบุคคลในรัฐบาล และ คสช.พยายามออกมาย้ำว่า เป็นการ "ใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์"
 
                         และคำพูด “การใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์” ถูกตอกย้ำเพื่อกลบกระแสการใช้มาตรา 44 ที่ทำให้ผู้คนย้อนคิดไปถึง “มาตรา 17” ในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
 
                         พิจารณาเนื้อหาของมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีใจความสำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ
 
                         1.ผู้ใช้อำนาจ คือ หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของ คสช.
 
                         2.ใช้กรณีใด มี 3 กรณี คือ 1.เพื่อการปฏิรูปในด้านต่างๆ 2.ส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ 3.เพื่อป้องกัน หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคง
 
                         3.ใช้อย่างไร คือ 1.สั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทําการใดๆ 2.ให้ถือว่าคําสั่งหรือการกระทํานั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นที่สุด
 
                         “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ พยายามชี้ให้เห็นว่า อำนาจตามมาตรา 44 สามารถใช้อำนาจในมุมสร้างสรรค์ได้ด้วย แตกต่างจาก “มาตรา 17” ยุค จอมพลสฤษดิ์ ที่ใช้ในการ “ป้องปราม” ได้เท่านั้น
 
                         นอกจากกรณีปัญหามาตรฐานการบินของกรมการบินที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 นี้ไปแก้ไขปัญหาอีกหลายเรื่องที่ "หมักหมม" มานาน เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่่ส่งให้ประเทศไทยถูกปรับลดอันดับลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่ม “เทียร์ 3" ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด ตามรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2014 ปัญหาการบุกรุกป่า รวมไปถึงปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล
 
                         อย่างไรก็ตาม การที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ไปหยิบอำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งเป็นอำนาจของ “หัวหน้า คสช.” มาใช้ในภารกิจ “บริหารประเทศ” ก็ทำให้ถูกตั้งคำถามพอสมควร
 
                         “สุริยะใส กตะศิลา” อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่จุดประสงค์ในการนำมาใช้ว่า ใช้เพื่ออะไร “หากนำอำนาจตามมาตรา 44 มาใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจของ คสช.เอง เชื่อว่าสังคมจะอะลุ้มอล่วยได้ และแรงต้านจะน้อยลง ซึ่งรัฐบาลควรใช้อำนาจมาทำสิ่งเหล่านั้น เช่น เรื่องการทุจริตในวงการสงฆ์ กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และกรณีโบนันซ่า เพราะหากใช้อำนาจตามปกติคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้”
 
                         “แต่หากเป็นการนำมาใช้เพื่อปิดปาก ลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างเดียว ก็จะเป็นอันตราย ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลไปรวมกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนและกลุ่มคนที่ต้องการแสดงออก ว่าเป็นกลุ่มที่จ้องป่วนที่เป็นเหตุให้ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ด้วย การเหมารวมเช่นนี้จะทำให้กระแสตีกลับมาที่รัฐบาล ทำให้มวลชนที่เป็นกลางๆ กลายไปเป็นกลุ่มต่อต้าน คสช. ต่อต้านรัฐบาลโดยปริยาย” นายสุริยะใส กล่าว
 
                         การหยิบมาตรา 44 มาใช้ของ คสช. จะถูกต่อต้าน หรือได้รับเสียงชื่นชม ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายว่า หยิบมาใช้เพื่ออะไร?
 
 
 
 
 
 
---------------------
 
(ขยายปมร้อน : สร้างสรรค์หรือรักษาอำนาจ ? : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)