คอลัมนิสต์

แก้ค้ามนุษย์วาระแห่งชาติ

แก้ค้ามนุษย์วาระแห่งชาติ

06 เม.ย. 2558

แก้ค้ามนุษย์วาระแห่งชาติ : บทบรรณาธิการ 6 เม.ย. 58

 
                         รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติไปเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมหัวหน้าส่วนราชการพร้อมมอบนโยบายแนวทางและเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาลประกอบด้วย 5 ข้อหลักคือ ป้องกัน ดำเนินคดี คุ้มครองช่วยเหลือเหยื่อ กลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน รวมถึงการพัฒนาบริหารข้อมูลและรายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา (Tip Report) ที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการการทำงาน ให้สอดคล้องเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ การเรียกรับผลประโยชน์ หากพบจะถูกลงโทษทางวินัยและอาญา เพราะถือเป็นการเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ และไร้ซึ่งศักดิ์ศรี 
 
                         ปัญหาการค้ามนุษย์รวมไปถึงการค้าประเวณี ขอทาน การใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับในภาคต่างๆ เช่น ประมง เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานนับสิบปี ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นประเทศต้นทาง ทางผ่าน ปลายทางของการค้ามนุษย์มานาน หลายประเทศจับตามองเรามาหลายสิบปีแล้ว เพราะคิดว่าเรายังพยายามไม่พอ เราอาจจะพยายามหรือทำอยู่แล้วแต่ไม่พอ จากการที่ไปดูย้อนหลังแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่พอจริงๆ เมื่อมีการกำหนดให้มีการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนของประเทศต้องร่วมมือร่วมใจกันกันอย่างจริงจัง เหมือนกับเรื่องปราบปรามยาเสพติด ที่ต้องร่วมแรงใจกันด้วยทั้งพระเดชพระคุณการบังคับใช้กฎหมาย ต้องเตรียมการต้องมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน และร่วมมือกันกับรัฐบาลเพื่อนบ้านในภูมิภาคด้วย
 
                         การเข้าช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานบนเรือประมงและถูกทางการอินโดนีเซียจับกุมนับร้อยคน ถือเป็นบทเรียนล่าสุดซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องส่งคณะทำงานไปที่เกาะ เบนจินา แล้วก็หารือกับฝ่ายอินโดนีเซีย เพื่อจะร่วมกันและเร่งหาข้อมูลผู้ประกอบการ และการดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ซึ่งในข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้ไปทำความผิดในประเทศเขา เข้าไปยังน่านน้ำที่ถูกจำกัด เจ้าของผู้ประกอบกิจการไม่สนใจ ไม่ยอมไปเสียค่าไถ่ให้ลูกเรือ ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรระหว่างประเทศมาดูแลรับผิดชอบ กว่ารัฐบาลจะมารับรู้ก็ต้องเสียเวลาไปพักใหญ่อย่างลูกเรือประมงที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับไปกว่าจะได้กลับบ้านก็เสียเวลาไปถึง 5 ปี  
 
                         วันนี้เราถูกกล่าวหาในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ ต้องเอาจริงเอาจังกับขบวนการค้ามนุษย์ตามกฎหมาย แม้เหยื่อจะสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็ตาม ทุกคนต้องเร่งทำหน้าที่ในส่วนของตนเองอย่างจริงจัง ช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นจากผืนแผ่นดินไทย ฉะนั้นใครที่เคยหลิ่วตาหรือปล่อยให้มีการเอารัดเอาเปรียบ หาผลประโยชน์โดยมิชอบไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการเข้าไปพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ หรือเพิกเฉยไม่ทำหน้าที่หรือไม่บูรณาการให้ไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้หรือขัดขืนไม่ปฏิบัติก็จะถือว่าไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไปได้