คอลัมนิสต์

ความมั่นคงกับการใช้กฎหมาย

ความมั่นคงกับการใช้กฎหมาย

01 เม.ย. 2558

ความมั่นคงกับการใช้กฎหมาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่1เม.ย.2558

              หลายฝ่ายมีความกังวลถึงการใช้มาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก ซึ่งจะว่าไปแล้วมีความแตกต่างกันบางส่วน กฎหมายทั้งสองฉบับมีไว้ควบคุมสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ในมุมมองของต่างประเทศอาจคิดว่า กฎอัยการศึกนั้นมีความรุนแรง แต่สภาพการเมืองในประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต่างชาติมองว่านี่คือ ประชาธิปไตย แต่การบริหารประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลที่ีมาจากการเลือกตั้งไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น มีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองต่อเนื่องยาวนานร่วม 10 ปี  เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้นมากมาย ประเทศชาติพัฒนาไปได้น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ประชาชนอยู่กันอย่างสามัคคี ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ แต่ประเทศไทยไม่ใช่เช่นนั้นการแก้ไขปัญหาด้วยการยุบสภาแล้วเลือกตั้งกลับเข้ามาตามระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ทางออก

              เมื่อกองทัพเข้ายึดอำนาจการปกครองก็ต้องยอมรับว่า ณ วันนี้สถานการณ์ประเทศไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ ในช่วงแรกอาจเกิดความกังวลอยู่บาง แต่เมื่อทหารโละรัฐธรรมนูญฉบับเก่าและกำลังร่างกฎหมายปกครองสูงสุดของประเทศขึ้นมาใหม่ก็ย่อมไปกระทบถึงฝ่ายการเมืองโดยตรง กติกาใหม่ที่จะเกิดขึ้นจึงไม่ถูกใจนักการเมือง เพราะเส้นทางสู่สภาอันทรงเกียรติอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดสำหรับนักการเมืองบางคน บางกลุ่ม กติกาในการเข้าบริหารประเทศอาจยากขึ้นสำหรับแกนนำพรรคการเมืองแต่ทั้งหมดคือกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลทหาร สถานการณ์เช่นนี้ในอดีตไม่ใช่ไม่เคยเกิด ในปี 2549 ที่มีการรัฐประหารก็มีการร่างรัฐธรรมนูญออกมาใหม่เช่นกัน มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำนองนี้ด้วย สุดท้ายก็ผ่านความเห็นชอบออกมาบังคับใช้ แต่ปัญหาประเทศก็ไม่จบทั้งยังทวีความรุนแรงขึ้นด้วย ความเห็นต่างกลายเป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้ง สุดท้ายวงจรเดิมก็กลับมา

              ถ้ายอมรับความจริงที่ว่าเมื่อรัฐบาลทหารผ่านการบริหารมาระยะเวลาหนึ่ง ปัญหาด้านความมั่นคงก็ยังไม่สงบเสียทีเดียว มีความพยายามท้าทายอำนาจรัฐอยู่เป็นระยะ ดังนั้น ยาแรงที่กองทัพตัดสินใจนำมาใช้คือ กฎอัยการศึก ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ มีเพียงบางเรื่องบางส่วนเท่านั้น ที่ใช้กฎอัยการศึกเข้าช่วยเช่นการเข้าตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย หรือการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ควบคุมอาชญากรรมให้สงบในระดับหนึ่ง ดังนั้น ในสภาพบ้านเมืองลึกๆ ที่ยังมีความคุกรุ่นอยู่ จึงต้องมีกฎหมายที่สามารถใช้ได้ทันท่วงที การคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกหรือมาตรา 44 ก็ไม่ได้ทำให้สุจริตชนได้รับความเดือดร้อน อาจมีผลด้านจิตวิทยาด้านเศรษฐกิจบาง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะได้รับการพิสูจน์ว่ารัฐบาลทหารนั้นมีวาระแอบแฝงหรือไม่ หากกฎหมายทั้งสองถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจ เป็นอาวุธในการแสวงหาผลประโยชน์ มั่นใจได้ว่าสุดท้ายรัฐบาลทหารจะไม่มีความชอบธรรม แรงต่อต้านจากประชาชนเองจะส่งผลให้รัฐบาลและกองทัพล้มครืนลงอย่างแน่นอน