คอลัมนิสต์

แปลงโฉม‘กฎอัยการศึก’

แปลงโฉม‘กฎอัยการศึก’

31 มี.ค. 2558

แปลงโฉม‘กฎอัยการศึก’ : ขยายปมร้อน โดยทีมข่าวความมั่นคง

             “รัฐบาล-คสช.” เตรียมประกาศใช้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ฉบับ 2557 มาบังคับใช้แทนกฎอัยการศึก เพื่อควบคุมดูแลสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังจากที่ถูกแรงกดดันจากผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และแรงกดดันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจที่รวมหัวไม่เอา “รัฐประหาร” ฉบับของ คสช.

             อย่างไรก็ตาม หากดูบทบัญญัติในมาตรา 44 จะพบว่า อำนาจเบ็ดเสร็จจะอยู่ที่หัวหน้า คสช. ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

             โดยอำนาจที่ว่านี้ หัวหน้า คสช. สามารถออกคำสั่งได้แบบเบ็ดเสร็จในทุกรณี โดยจะมีผลในทาง ตุลาการ บริหาร และนิติบัญญัติ

             นี่เองที่ทำให้ผู้ที่อยู่ตรงกันข้ามกับ คสช. ออกอาการหนาวๆ ร้อนๆ และพากันออกมาตีปลาหน้าไซกันเป็นทิวแถวว่าทำไมถึงไม่เอา พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือไม่ก็ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปเสียดีกว่า

             เพราะเปรียบไปแล้วก็ไม่ต่างจากการที่หัวหน้า คสช.คือ “รัฏฐาธิปัตย์”

             แต่ในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงแล้วกลับมองว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ เพราะจะไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ตอบโจทย์ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

             การใช้กฎอัยการศึกก่อนหน้านี้ ก็เพราะ คสช.ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารในการปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งต้องการความรวดเร็ว เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง หรือการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

             ในขณะที่ การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไม่ตอบโจทย์ เพราะเน้นสถานการณ์การชุมนุมเสียมากกว่า ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แม้ว่าจะเป็นการใช้กำลังทหารเป็นหลัก แต่นั่นก็เน้นไปในเรื่องสงคราม ภัยพิบัติ และการก่อการร้าย

             แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มันไม่ใช่ ยิ่งหากไปเทียบกับกรณีปาระเบิดศาลอาญา นั่นยิ่งไม่เข้าข่ายที่จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

             ปัญหาก็คือ เมื่อใช้กฎอัยการศึกนั้น เป็นเรื่องที่ต่างชาติเขาชิงชังรังเกียจมากจนถึงขั้นจะไม่คบค้าสมาคม หรือกระทั่งไม่ค้าขายไปด้วย

             ดังนั้น เมื่อมัน “แสลงหู” นายกฯ ก็เลยบอกว่า เมื่ออยากให้เปลี่ยนก็จะเปลี่ยน จึงได้มอบหมายให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไปช่วยกันยกร่างออกมาว่าจะใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้อย่างไร เพื่อให้คนทั่วไปดูแล้วรู้สึกว่า กำลังถูกทหารคุกคาม

             ที่สำคัญต้องไม่รู้สึกว่า มีการบังคับใช้กฎอัยการศึก

             ส่วนขอบเขตอำนาจที่จะใช้ มาตรา 44 นี้ ก็น่าจะเป็นเรื่องของการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั่นก็คือคดีหมิ่นสถาบัน การกระทำผิดที่เป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ และการกระทำที่เป็นการขัดคำสั่งของ คสช.

             ถ้าหากกำหนดกรอบไว้อย่างนี้ ก็ไม่น่าที่จะยอมรับกันไม่ได้

             ปัญหาก็คือ จะออกคำสั่งอะไร ใช้อะไรเป็นหลัก ก็ต้องพูดกันให้ชัดๆ ว่า แค่ไหน อย่างไร

             เพราะถ้าถามถึงความรู้สึกของคนในประเทศ ในวันนี้ก็เริ่มจะชินกับกฎอัยการศึกกันแล้ว

             เพียงแต่ว่า ถ้าไม่มีการบังคับใช้ก็น่าจะทำให้บรรยากาศดีกว่านี้