คอลัมนิสต์

พันธมิตรทีโอที...งมเข็มในมหาสมุทร?

พันธมิตรทีโอที...งมเข็มในมหาสมุทร?

27 มี.ค. 2558

พันธมิตรทีโอที...งมเข็มในมหาสมุทร? : กระดานความคิด โดยน้ำเชี่ยว บูรพา

            เป็น 1 ใน 6 รัฐวิสาหกิจที่ต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการไม่ต่างไปจากบริษัทการบินไทย ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ <CharStyle:KL_Bold>“ซูเปอร์บอร์ด”และต้องจัดทำโครงการ “เออร์ลี่ รีไทร์” โละพนักงานร่วม 3,500 คน ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ตามรอยบินไทยที่ต้องโละพนักงาน 4,000-5,000 คน

            แต่กระนั้น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็ยังต้องลุ้นอีกหลายเฮือกกับแผนฟื้นฟูกิจการ ที่แม้จะผ่านความเห็นชอบจากซูเปอร์บอร์ดไปแล้ว แต่หนทางข้างหน้าจะเดินไปได้ตามแผนได้หรือไม่ แม้แต่คนในทีโอทีเองก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง
เพราะแม้ฝ่ายบริหารทีโอทีจะรู้ทั้งรู้ว่า ต้องเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เร่งแผนควบรวมกิจการกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน แต่ทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหารกลับรีบปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ที่ดูเหมือนว่า แทนที่จะทำให้องค์กรมีความกระชับคล่องตัว ก็กลับเทอะทะหนักเข้าไปอีก

            เพราะเล่นแขวนระดับรองและผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ไปครึ่งค่อนองค์กร
ฟากฝั่งพนักงานต่างก็ระส่ำ หลายฝ่ายที่ผุดกันขึ้นมาตามโครงสร้างใหม่ยังหาโต๊ะหางานทำไม่เจอ ขนาดรักษาการผู้จัดการใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาตามโครงสร้างใหม่ ยังขอไขก๊อกเปิดหมวกอำลาไปก่อนแล้ว
แถมยังมีข่าวว่า หลังการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ที่ไม่รู้ไปถอดแบบจากไหนมาถึงไม่ยอมรอผลศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา ที่เพิ่งจะลงมือว่าจ้างกันไปไม่กี่วันก่อนนั้น โครงการจัดซื้อกว่า 3 หมื่นล้าน ทั้งโครงการลงทุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (เอฟทีทีเอ็กซ์) และโครงข่ายดิจิทัล เอ็นจีเอ็น ที่จ่อชง ครม.เลยถูกจับจ้อง


            นี่ขนาดยุค คสช.ยังขนาดนี้ แถมทีโอทีเองก็อยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูอีกต่างหาก เช่นเดียวกับความคืบหน้าในการแสวงหาพันธมิตรธุรกิจที่ฝ่ายบริหารทีโอทีคาดหวังจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร รองรับการแข่งขันในอนาคตอะไรนั้น จนป่านนี้ก็ยังไม่ไปไหน ทั้งที่ไหว้ครูมาจะร่วม 6 เดือนแล้ว และคนทีโอทีก็ยืนยันว่า เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ได้ข้อยุติตั้งแต่ปลายปี 57

            จะว่าไปข้อเสนอพันธมิตรธุรกิจที่ค่ายสื่อสารต่างๆ ยื่นเข้ามา ไม่ว่าจะค่ายเอไอเอส สามารถ ทรูคอร์ป และล็อกซเล่ย์นั้น คนในทีโอทีต่างก็รู้อยู่เต็มอกว่า ข้อเสนอค่ายไหนมีความจริงใจที่จะร่วมพัฒนาธุรกิจเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ค่ายไหนแค่ต้องการเป็นแค่  “นายหน้า”  หรือค่ายไหนอยากได้แค่ทรัพย์สินโครงข่ายและเสาโทรคมนาคมทีโอทีไปเสริมโครงข่ายตนเองเพื่อปล่อยเช่า


            เพราะหากพิจารณาข้อเสนอที่แต่ละกลุ่มยื่นเข้ามายังทีโอทีตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คนทีโอทีเองต่างมีข้อสรุปตรงกันว่า ข้อเสนอของ “ค่ายเอไอเอส” เป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดและมีความครอบคลุมทุกยูนิตธุรกิจที่ทีโอทีกำลังดำเนินการ

            แต่พอแพลมชื่อกันออกมาว่าเป็น “เอไอเอส” เท่านั้น คนในทีโอทีด้วยกันเองก็ผวา ด้วยเกรงว่าการดึงบริษัทสื่อสารรายนี้ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับรัฐบาลชุดก่อนเข้ามาเป็นพันธมิตรธุรกิจอาจถูกมองว่าฝักใฝ่กลุ่มทุนการเมืองเดิมแบบเดียวกับที่บริษัท ปตท.ถูกสั่งเบรกการขายหุ้นบางจากไปก่อนหน้านี้ จุดนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน ที่ทำให้มีกลุ่มทุนการเมืองที่อ้างว่า มีสายสัมพันธ์แนบชิดอยู่กับขั้วอำนาจอาสาเข้ามาจับคู่ธุรกิจให้

            ​ก็คงต้องย้อนถามไปยังนายกฯ และหัวหน้า คสช. รวมทั้ง รมว.ไอซีที ว่า วันนี้ยังจะปล่อยให้มีการเล่นบทเก่ากันอยู่อีกหรือ?
 

            ขณะที่สถานะขององค์กรทีโอทีกำลัง “หายใจรวยริน” แม้บอร์ดทีโอทีจะตีฆ้องร้องป่าวว่า สถานะองค์กรยังแข็งแกร่ง มีรายได้ประกอบการในปี 57 กว่า 29,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร่วม 3% และเบื้องต้นคาดว่าจะยังมีกำไรอยู่ร่วม 1,000 ล้านบาท แต่เมื่อคลี่ลงไปดูไส้ในงบการเงินที่ว่าทุกฝ่ายต่างก็ผวา หากสถานะประกอบการดีขนาดนั้นจริง จะไปจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการทำไมล่ะ... จริงไหม?