
รัสเซียและไทยกุ๊กกิ๊กกันใหม่
รัสเซียและไทยกุ๊กกิ๊กกันใหม่ : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ จะเดินทางมาเยือนไทยเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน มีนัยสำคัญทางการเมืองมากๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังถูกแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกาทางด้านการเมืองในฐานะพันธมิตร ตอนนี้หลายๆ ประเทศต้องการขยายความสัมพันธ์และกระชับมิตรกับไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา
ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีรัสเซียมาเยือนไทย ตั้งแต่การล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียตในปี 1991 ทำให้นึกถึงอดีตในช่วงที่สัมพันธไมตรีไทยกับรัสเซียดีเลิศในปลายศตวรรษที่ 19 รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปเยือนรัสเซียในปี 1897 เพื่อทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับรัสเซีย เพื่อนำมาถ่วงดุลอำนาจของอังกฤษและฝรั่งเศส ทั้งสองประเทศกำลังรอเขมือบไทย เพราะอยู่ในยุคล่าอาณานิคม ไทยรอดจากปากจระเข้ทั้งสองได้เพราะรัสเซียเขามาช่วย ตั้งแต่นั้นมาไทยกับรัสเซียก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด จนเกิดปฏิวัติโบเชวิคในปี 1910 ล้มล้างกษัตริย์ซาร์ของรัสเซีย
มาถึงปัจจุบัน 118 ปี ผ่านมาแล้ว ผู้นำรัสเซียมาไทยเพื่อหามิตรใหม่และพยายามลดผลกระทบกระเทือนเศรษฐกิจที่เป็นผลสืบต่อเนื่องจากการแซงชั่นของโลกตะวันตกต่อรัสเซีย เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนและการยึดครองไครเมียร์ 1 ปีที่ผ่านมา
จึงไม่แปลกที่รัฐบาลชุดนี้ยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟอย่างยิ่ง สัมพันธ์ไทย-รัสเซียตกวูบไปช่วงหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เนื่องจากศาลไทยตัดสินใจส่งตัววิคเตอร์ บูท นักค้าอาวุธตัวยงชาวรัสเซีย ไปขึ้นศาลต่อที่สหรัฐอเมริกา
หลังจากพบกันเป็นครั้งแรกที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กับเมดเวเดฟเข้ากันดีเลย มีการเชื้อเชิญมาเยือนเมืองไทยอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองฝ่ายต้องการมิตรภาพซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นยังเห็นโอกาสเสริมสร้างการค้าการลงทุน
การมาเยือนครั้งนี้ รัสเซียต้องการรื้อฟื้นสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ที่ได้ตกลงกันไว้ในปี 2003 ในช่วงของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ไทยกับรัสเซียมีการไปมาหาสู่กันระดับสูง ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มาเยือนไทยเป็นทางการในปี 2003 และในปี 2007 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปเยือนรัสเซียในฐานะผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฝ่ายรัสเซียได้เกริ่นไว้ว่า อยากให้ไทยพิจารณาซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ซุคฮอย (Sukhoi) ไว้ประจำการในกองทัพอากาศ ที่มีฝูงบินประจำการเป็นเอฟ 16 และเอฟ 5 ทั้งหมด ส่วนกองทัพเรือเคยสนใจจะซื้อเรือดำน้ำของรัสเซียเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาตอนนี้ฝ่ายไทยให้ความสนใจเรือดำน้ำจีน เกาหลีใต้ และเยอรมนี กองทัพเรือไทยได้ส่งตัวแทนไปดูเรือดำน้ำที่จีนแล้ว
รัสเซียเห็นโอกาสใหม่ในภูมิภาคนี้ เพราะเศรษฐกิจทั่วๆ ไปในสมาชิกอาเซียน (ยกเว้นไทย) มีอัตราความเจริญดีกว่ายุโรปด้วยซ้ำไป นอกจากนี้รัสเซียต้องการหาตลาดใหม่เพิ่มในบริเวณนี้ ขณะนี้พิษแซงชั่นเริ่มกัดกร่อนเศรษฐกิจการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศของรัสเซีย
เนื่องจากสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกาถูกแช่แข็งหลังการยึดอำนาจพฤษภาคมปีที่แล้ว ประเทศอื่นๆ ได้โอกาสเข้ามาญาติดีกับไทย เพราะไทยต้องการเพื่อนๆ ทั่วโลก ยิ่งในอนาคตยิ่งต้องการมาก ไทยต้องหาเสียงเพื่อสนับสนุนชิงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงในองค์การสหประชาชาติในปีหน้า
ในอนาคต พันธมิตรสหรัฐอเมริกากับไทยอาจจะอ่อนแอลง เพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีมาตรการเสริมให้พันธมิตรนี้เกิดความแข็งแรง โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยกำลังปฏิรูปการเมืองและร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ทั้งจีนและรัสเซียร่วมมือกันเสนอกรอบความร่วมมือทางด้านความมั่นคงที่เป็นส่วนรวม
ซึ่งผิดจากข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา ที่ตั้งอยู่บนรากฐานสนธิสัญญาความมั่นคงทวิภาคี
ไทยต้องเล่นเกมการเมืองการทูตให้ดี เพราะถ้าเข้าหารัสเซียมากไปอาจจะสร้างปัญหาให้ไทยในอนาคต เนื่องจากไทยกับสหรัฐอเมริกายังเป็นพันธมิตร แถมยังมีเรื่องระหองระแหงอยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องการลักพามนุษย์และระบบทาสสมัยใหม่ในวงการประมง เป็นต้น
ในช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา ไทยได้กระชับสัมพันธ์ทางด้านความมั่นคงกับจีน ส่วนอินเดียจะมีการลงนามในบันทึกช่วยจำเรื่องความร่วมมือทางด้านความมั่นคงต้นเดือนเมษายน บรรดานักยุทธศาสตร์ไทยเห็นเป็นโอกาสที่ดี สำหรับไทยที่จะพิจารณาผู้เล่นใหม่ในสภาพยุทธศาสตร์ใหม่ในภูมิภาค



