คอลัมนิสต์

คสช.ต้องคุมให้อยู่

คสช.ต้องคุมให้อยู่

23 มี.ค. 2558

คสช.ต้องคุมให้อยู่ : บทบรรณาธิการประจำวันที่23มี.ค.2558

               พลันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกนั่งบัลลังก์และมีคำสั่งประทับรับฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลยในความผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท โดยมีบทกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือ ปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรอททางการเมืองก็พุ่งสูงขึ้นในบัดดล

               การชำระความโครงการจำนำข้าวที่ถูกระบุถึงกระบวนการคอร์รัปชั่นอย่างรุนแรงที่สุดในยุคนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ได้มีมาเป็นระยะๆ ซึ่งคล้อยหลังไป 3 วัน อัยการสูงสุดก็ได้หอบสำนวนเอกสารหลักฐานรวม 205 ลัง 1,628 แฟ้ม จำนวน 7 หมื่นกว่าหน้า ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก รวม 21 ราย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ผิดกฎหมาย 3 ฉบับ ความผิดสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต พร้อมสั่งปรับ 3.5 หมื่นล้าน ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งประทับรับฟ้องหรือไม่ 20 เมษายนนี้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็เตรียมสรุปสำนวนบริษัทเอกชนนับร้อยบริษัท ที่พัวพันในความไม่ชอบมาพากล เพื่อส่งให้ทนายความของรัฐฟ้องดำเนินคดีประมาณต้นเดือนเมษายนอีกด้วย

               สถานการณ์การเมืองถูกจุดประกายขึ้นมาครั้งนี้ ท่ามกลางกฎอัยการศึกที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศบังคับใช้ พร้อมกับการขุดรากถอนโคนกลุ่มผู้กระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ ทั้งจาบจ้วงสถาบัน ออกมาสร้างความรุนแรงและการก่อการร้ายที่มีเครือข่ายและท่อน้ำเลี้ยงที่หนาแน่น ทั้งที่หลบซ่อนและเปิดหน้าสู้อยู่ภายในเมืองไทยและต่างประเทศ โจมตีบั่นทอนการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กระทั่งล่าสุดกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร หรือการออกข่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ซ้อมผู้ต้องหาพัวพันวางระเบิดหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาฯ จนต้องออกมารับสารภาพด้วยความจำยอม ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่คสช.ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

               น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับแนวคิดของคนบางส่วนที่อ้างถึงการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่กลับปฏิเสธกระบวนการปรองดอง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังยึดมั่นแนวทางความรุนแรงเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายแห่งอุดมการณ์ แต่กระนั้นรัฐบาลและ คสช.ก็ไม่ควรชะล่าใจกับแนวคิดควบคุมมวลชนฝ่ายตรงข้ามไว้อยู่หมัดแล้ว เพราะคลื่นใต้น้ำยังคงกระเพื่อมอยู่ตลอดเพื่อรอเวลาจากหลายเรื่องราวของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศ ทั้งในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ การสร้างความปรองดอง หรือเรื่องเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่มาด้วยอำนาจพิเศษยังคงมีให้เห็นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม ที่อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ต้องเดินทางไปขึ้นศาลในฐานะจำเลย คงมีคนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวโจมตีและท้าทายอำนาจรัฐ หลักนิติรัฐ นิติธรรม เพื่อสร้างความระส่ำระสายบ่อนทำลาย คสช.อย่างแน่นอน