คอลัมนิสต์

‘กมธ.ร่างรธน.’เปิดเกมรุกสื่อสารตรงประชาชน

‘กมธ.ร่างรธน.’เปิดเกมรุกสื่อสารตรงประชาชน

19 มี.ค. 2558

"กมธ.ร่างรธน."เปิดเกมรุก สื่อสารตรงประชาชน : คอลัมน์ ขยายปมร้อน โดย... ขนิษฐา เทพจร

 
          ยอมรับอย่างหนึ่งว่า วาระของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่บรรดา 36 อรหันต์ เขียนสโลแกนให้จำง่ายว่า “รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป” เน้น 4 เจตนารมณ์สำคัญหลัก คือ “สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข” ยังฝ่าด่านความไม่ไว้วางใจของกลุ่มที่ไม่ไว้วางใจไปไม่
 
          แม้แต่กลุ่มบุคคลที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงต้น แต่เมื่อเห็นร่างบทบัญญัติฉบับแรกแล้ว ได้ขนานนามว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ถอยห่างออกจากความเป็นประชาธิปไตย และเข้าใกล้ความเป็นราชการมากขึ้น
 
          ประเด็นนี้ “ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตระหนักดี และมองเห็นแล้วว่า การปล่อยให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารตามช่องทางอิสระ ก่อให้เกิดภาวะที่ยากต่อการยอมรับและสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่
 
          ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหามาตรการเชิงรุก ใช้ช่องทางการสื่อสารพุ่งเป้าเข้าหาประชาชนให้ได้อย่างกว้างขวาง หนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่ว่า “ดร.บวรศักดิ์” มอบหมายให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นผู้รู้-ผู้เชี่ยวชาญแต่ละประเด็นเดินสายออกรายการโทรทัศน์-วิทยุ และพบสื่อมวลชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมขอให้นำเทปบันทึกรายการเผยแพร่ซ้ำ ผ่านโทรทัศน์วงจรปิดหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา
 
          เพื่อหวังเปิดหูเปิดตาประชาชนและสร้างความเข้าใจต่อตัวบทและสาระหลักในร่างรัฐธรรมนูญ แทนการฟังจากนักการเมืองฝ่ายเดียว
 
          ในประเด็นนี้ “สุริยะใส กตะศิลา" ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เห็นดีด้วย แต่ฝากมุมมองว่า ต้องเน้นสาระสำคัญไปที่บทบัญญัติของภาคประชาชน ที่ถูกเขียนใหม่ และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 หรือ พ.ศ.2550 ไม่มี เช่น สมัชชาพลเมือง สมัชชาคุณธรรม รวมถึงการวางหลักประกันแห่งร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนจะไม่ตกไปแม้จะมีการยุบสภา มากกว่าสาระเชิงโครงสร้างทางการเมืองที่ใช้อำนาจแทนปวงชน
 
          ขณะเดียวกัน ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เวทีรับฟังความเห็นของประชาชน ที่วางคิวจัดใน 4 ภูมิภาค จะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
          สำหรับไฮไลต์ของเวทีรับฟังความเห็น “ดร.ถวิลดี บุรีกุล" ประธานอนุ กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน เปิดเผยว่า จะเชิญประชาชนในภูมิภาคที่เป็นเครือข่ายและกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมให้ความเห็น นอกจากนั้นทีมงานจะแนบเอกสารสำคัญที่อธิบายถึงสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แจกแจงตามประเด็นใน 4 เจตนารมณ์ รวมถึงจะนำบทบัญญัติในมาตราที่เกี่ยวข้องกับประชาชนไปให้พิจารณาและทำกิจกรรมที่วัดผลที่ชี้ชัดว่า ประชาชนคิดเห็นอย่างไร? เอาหรือไม่เอา..บทบัญญัติหรือสาระสำคัญนั้น? และหากไม่เห็นด้วยอยากให้แก้หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
 
          โดยภาพรวมหวังเป้าหมายเดียว คือ เมื่อประชาชนรู้ จะผันแปรความเข้าใจเป็นแรงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ ใน “คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ” มีหลายคนวาดฝันและวางเป้าให้เสมือนเป็นเวทีประชาพิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่!! ทดแทนการทำประชามติ ที่อาจไม่เกิดขึ้น เพราะติดเงื่อนไขความมั่นคงในประเทศที่ยังสั่นคลอน และส่อเป็นจุดเสี่ยงของภัยทางการเมืองทดแทนการทำประชามติ ที่อาจไม่เกิดขึ้น เพราะติดเงื่อนไขความมั่นคงในประเทศที่ยังสั่นคลอน และส่อเป็นจุดเสี่ยงของภัยทางการเมือง
 
          แต่ภาพที่วาดฝัน ดูจะไปไกลกว่าความจริง เพราะเวที 4 ภูมิภาค มีข้อจำกัด ทั้งงบประมาณ-กำลังคน-พลังทางการเมือง โดยแต่ละเวทีสามารถรองรับคนเข้าร่วมได้เวทีละ 200-300 คน จึงเป็นอุปสรรคใหญ่ที่จะปรับให้เป็นเวทีประชาพิจารณ์ ที่ความสำคัญของเวทีจะเน้นจำนวนคน-ผู้มีส่วนได้เสียมาสะท้อนความเห็น
 
          อีกทั้ง...ยังไม่มีหลักประกันใดที่ชี้ว่า “ผู้นำและผู้เขียนร่างรัฐธรรมนูญ” จะนำความเห็นของประชาชนในทุกภาคส่วนและทุกกลุ่มการเมืองมาเขียนเป็นหลักการแห่งรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของประชาชน
 
          ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ การรับฟังความเห็นของประชาชนผ่านศูนย์รับฟังความเห็น ซึ่งประชาชนส่งความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2557-9 มีนาคม 2558 เกือบ 2,000 ประเด็น ยังไร้ข้อมูลที่เป็นทางการว่า ความเห็นประชาชนจำนวนเท่าไรที่ได้รับการตอบรับในรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป
 
          ในประเด็นนี้เอง ภาคประชาสังคมและเครือข่ายภาคประชาชน หลายกลุ่มมองตรงกันว่า เป็นสิ่งที่อันตราย เพราะการรับฟังถูกผูกขาดเฉพาะฝั่ง สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้เงาของ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” เท่านั้น ทำให้ส่วนรวมยากต่อการเปิดใจรับ
 
          ดังนั้นในแนวทางที่ “ทีมยกร่างรัฐธรรมนูญ” ปักธงนำหวังพลิกเกมฝ่ายการเมืองที่เคลื่อนไหวต่อต้าน พึงระวังและไตร่ตรอง หากเร่งเกมเดินหน้าไป ผลตอบรับอาจพังพาบไม่เป็นท่าได้