
ประชานิยมของจริง!
13 มี.ค. 2558
ประชานิยมของจริง! : กระดานความคิด โดย... น้ำเชี่ยว บูรพา
ก็เพิ่งรู้สาเหตุของการเบรกการประมูล 4 จี เมื่อเห็นการจัดตั้ง “คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ” การจัดตั้งกระทรวงดิจิทัล แก้ไขกฎหมายโทรคมนาคม 10 ฉบับรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีรายการลิดรอนอำนาจองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ กสทช.ให้เป็นแค่หน่วยงานใต้อาณัติของ “คณะกรรมการดิจิทัล” และกระทรวงไอซีที
ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ที่สุดแล้วจะไปอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญทางตัน ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ออกมาส่งสัญญาณอันตรายข่าวร้ายเศรษฐกิจไทยเพราะตัวเลขส่งออกเดือนมกราคม 2558 ยังคงกลับมาติดลบ 3.46% ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นับจากเมษายน 2557 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจภายใน 2 เดือนผ่านพ้นไปก็ยังไม่มีปัจจัยใดจะกระเตื้อง
การเปิดประมูล 4 จี นี่แหละคือคำตอบสุดท้ายของการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่แท้จริง และเป็นหนทางคืนความสุขที่ประชาชนคนไทยเพรียกหา เป็นนโยบาย “ประชานิยม”
ไม่ต้องดูไปไกลพิจารณามูลค่าลงทุนทางเศรษฐกิจของมือถือระบบ 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.ประมูลไปปลายปีก่อนนั้น รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้รับเม็ดเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขั้นต้นไปแล้วถึง 41,625 ล้านบาท ขณะที่ผู้ชนะการประมูล 3 รายมีการลงทุนสร้างโครงข่าย 3 จีใหม่ที่ก่อให้เกิดการลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 1.2 แสนล้านบาท ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา
ยังไม่รวมมูลค่าของตลาดมือถือโดยรวมทะลักขึ้นไปกว่า 210,000-214,900 ล้านบาท ในปี 2556 เทียบกับ 188,300 ล้านบาท ในปี 2555 และเพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 3 แสนล้านบาท ในปี 2557 และแทบจะกล่าวได้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปี 2557 ที่ยังคงขยายตัวไปได้ถึง 0.7% ทั้งที่ภาคส่งออกติดลบ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและเศรษฐกิจโดยรวมยังหายใจไม่ทั่วท้องนั้น เศรษฐกิจไทยที่ยังคงขยายตัวไปได้ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมือถือที่เป็นผลพวงมาจาก 3 จี
หากรัฐบาลเดินหน้าเปิดประมูล 4 จี บนคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2558 นี้จะสร้างประโยชน์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อเทียบกับการประมูล 3 จี ก่อนหน้าเสียอีก โดย กสทช.คาดว่าประเทศไทยจะได้รับเงินมูลค่าคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ มากกว่าการประมูลในปี 2555 เนื่องจากมีคลื่นให้ประมูลน้อยกว่าผู้เข้าประมูล
ประกอบกับคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นที่ถูกออกแบบให้รองรับการให้บริการ 4 จี และ 4.5 จี ในอนาคต โดยมีการคาดการณ์จากที่ปรึกษา กสทช.ว่าหากมีการประมูลเกิดขึ้นในปี 2558 อาจจะมีมูลค่าคลื่นรวมกันมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท และผู้ชนะการประมูลทั้งหมดต้องลงทุนสร้างโครงข่ายใหม่ทั่วประเทศเพื่อให้บริการ 4 จี และปรับปรุงเป็น 4.5 จี ในอนาคตกว่า 2 แสนล้านบาท ในระยะ 3 ปี ซึ่งนั่นจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1.38 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ การเปิดประมูล 4 จี ดังกล่าวยังจะเป็นการส่งเสริมนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมที่สุด เพราะนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ที่รัฐบาลประกาศจะผลักดันให้ประชาชนในทุกภาคส่วน ตลอดจนกิจการเอสเอ็มอีได้เข้าถึงเศรษฐกิจบนฐานดิจิทัลได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ที่มีความเร็วสูง ในขณะที่บริการ 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่สามารถตอบสนองได้เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การให้บริการ 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้บริการข้อมูลที่มีจำนวนมากขึ้นและต้องการความเร็วและปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นทวีคูณทุกปี การประมูลคลื่นในปี 2558 จึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุด เมื่อมีโครงข่าย 4 จี และ 4.5 จี เพิ่มเติมในพื้นที่เศรษฐกิจและประชากรหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดใหญ่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในขณะที่โครงข่าย 3 จี จะเป็นโครงข่ายหลักในการให้บริการข้อมูลตามต่างจังหวัดและชนบท
แต่หากไม่มีการประมูลคลื่นในปี 2558 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลจากความล่าช้าของการแก้ไขกฎหมายและจัดตั้งองค์กรใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล หรือตัดสินใจเลื่อนการประมูลออกไปเพราะไม่สามารถหาข้อยุติ ถึงการจัดสรรคลื่นโดยไม่มีการประมูล ผลเสียที่เกิดขึ้นจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจไทยที่ตกต่ำอยู่แล้วให้ต้องจมปลักหนักขึ้นไปอีก
ดั้งนั้น การตัดสินใจในเรื่องการประมูลมือถือระบบ 4 จี บน คลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ครั้งนี้ จึงเป็นการบ่งชี้ถึงความสำเร็จหรือล้มเหลวของรัฐบาลโดยแท้!



