คอลัมนิสต์

'เฮียโต้ง'และคดีอาชญากรรมในลาว

'เฮียโต้ง'และคดีอาชญากรรมในลาว

12 มี.ค. 2558

'เฮียโต้ง'และคดีอาชญากรรมในลาว : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

             ปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีเหตุคนร้ายควงอาร์ก้าถล่ม "นักธุรกิจใหญ่" กลางกรุงเวียงจันทน์ แต่ไม่เป็น "ข่าว" ในหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีของลาว

             ทั้งที่เป็นคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่ร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่สถาปนา สปป.ลาว ครบ 40 ปีใน พ.ศ.นี้

             แต่คดีนี้ในสื่อโซเชียลลาวมีการเผยแพร่ภาพรถบีเอ็มดับเบิลยููที่ถูกยิงจนพรุนอย่างรวดเร็ว โชคดีที่นักธุรกิจใหญ่รายนั้นไม่ได้รับอันตราย มีเพียงคนขับรถได้รับบาดเจ็บ

             ในเวลาต่อมา นักธุรกิจใหญ่ชื่อ "โต้ง หอมสมบัด" ได้โพสต์ภาพตัวเอง พร้อมกับเขียนบรรยายเหตุการณ์ที่ถูกลอบสังหารกลางนครหลวง เขาไม่ทราบใครคิดปองร้าย เพราะที่แล้วมาก็ไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ใด แม้จะมี "ข่าวลือ" ในทางลบแก่เขา แต่ก็ไม่เคยหวั่นไหว ยังยึดมั่้นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม และตอนท้าย เฮียโต้งประกาศอโหสิกรรมให้แก่ผู้ยิงถล่มเขา

             ใครคือจอมบงการ? อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เฮียโต้งถูกสั่งตาย? ไม่มีการสืบสวนสอบสวนต่อ เพราะเฮียโต้งอโหสิกรรมแล้ว

             ชื่อของ "โต้ง ก่อสร้าง" จัดอยู่ในกลุ่มคนชั้นนำทางธุรกิจของเวียงจันทน์ และมีสำนักข่าวเอเชียเสรี (ภาษาลาว) ที่นำเสนอข่าวนี้ ระบุว่า เฮียโต้งเป็นลูกบุญธรรมของ พล.ท.ดวงใจ พิจิด อดีตรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ผู้เสียชีวิตในกรณีเครื่องบินตกที่แขวงเชียงขวาง

             ธุรกิจของเฮียโต้งนั้นเกื้อกูลหนุนส่งกับกองทัพประชาชนลาว จึงไม่แปลกที่จะมีข่าวว่า เขาเป็นลูกบุญธรรม พล.ท.ดวงใจ

             เมื่อสิบปีที่แล้ว เฮียโต้งเป็นสปอนเซอร์ในการจัดทำอัลบั้มเพลงประวัติศาสตร์ "มูลเชื้อการปฏิวัติลาว" และบทเพลงเหล่านี้ ยังมีการเผยแพร่ผ่านทีวีลาวอยู่เป็นประจำ

             เฮียโต้งมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ครั้งหนึ่งเขาคิดจะขออนุญาตประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในลาว แต่ฝันนั้นไม่เป็นจริง

             เมื่อไม่มีการไขปมคดียิงเฮียโต้งให้กระจ่าง จึงมีแต่ "เรื่องเล่า" ของชาวบ้านร้านถิ่นที่พูดกันไปต่างๆ นานา จริงมั่ง ไม่จริงมั่ง

             จากกรณียิงเฮียโต้ง ก็นึกถึงถ้อยแถลงของกระทรวงป้องกันความสงบภายในลาว ที่มีรายงานว่า ปัญหาอาชญากรรมในลาวได้เพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงปี 2554-2556 กับช่วงปี 2549-2553

             คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คือ การก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งคิดเป็น 55% ของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด 18,047 ครั้ง ในช่วงปี 2554-2556 ดังกล่าว ทั้งยังมีแนวโน้มที่รุนแรงยิ่งขึ้นด้วยในปีที่ผ่านมา

             พลจัตวา สินทะวง ไซยะกอน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ แถลงต่อที่ประชุมสรุปงานป้องกันความสงบทั่วประเทศในรอบปี 2557 ว่า มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นทั้งหมด 3,956 ครั้ง และมีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจำนวน 4,543 คน (รวมผู้ต้องหาเพศหญิง 819 คน)

             โดยเขตที่มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากที่สุดคือ นครหลวงเวียงจันทน์ ที่มีอาชญากรรมเกิดขึ้นถึง 2,460 กรณี หรือเกินกว่า 62% ของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด และที่ถือว่า เป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คืออาชญากรรมเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดจำนวน 1,658 กรณี และจับกุมนักค้ายาเสพติดได้ถึง 2,538 คน (รวมผู้ต้องหาเพศหญิงด้วยถึง 590 คน) โดยจำนวนคดีเพิ่มขึ้นจากปี 2013 ถึง 339 กรณี

             ที่น่าตกใจ มีข้อมูลคณะกรรมการตรวจตราและควบคุมยาเสพติดแห่งชาติ ยอมรับว่า การค้ายาเสพติดเป็นปัญหาที่มีระดับความรุนแรงมากขึ้นทั้งในเขตตัวเมืองและชนบท โดยมีผู้กระทำความผิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ทางการลาวจะได้ดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งยังมีการลงโทษต่อผู้กระทำความผิดในขั้นสูงสุดที่กำหนดไว้ในกฎหมายก็ตาม

             ยิ่งไปกว่านั้น มีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในวงการทหาร ตำรวจ และรัฐบาลได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การลักลอบขนส่งและการค้ายาบ้า กลายเป็นขบวนที่มีเครือข่ายอย่างกว้างขวางทั้งในลาวและต่างประเทศ

             อย่างไรก็ตาม พลจัตวา สมแก้ว สีลาวง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ ได้ยอมรับว่า เป็นการยากอย่างยิ่งที่จะบรรลุเป้าหมายในการทำให้ลาวเป็นประเทศที่ปลอดจากปัญหายาเสพติดได้ในปี 2558 ที่ถือเป็นเป้าหมายร่วมกันของประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

             นับแต่ลาวเปิดประเทศ ต้อนรับทุนนิยมเสรี สังคมลาวอันสงบเย็นเยี่ยงในอดีต ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับมา