คอลัมนิสต์

'สัญญาณเตือนภัย'

'สัญญาณเตือนภัย'

11 มี.ค. 2558

'สัญญาณเตือนภัย' : บทบรรณาธิการ ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2558

 
 
          การปาระเบิดใส่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ เป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยอย่างหนึ่งที่รัฐบาลต้องพึงตระหนักว่า ยังมีกลุ่มที่มีความพยายามใช้ความรุนแรงให้เกิดประเด็นทางการเมือง เป็นการก่อความไม่สงบทำลายความมั่นคง แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จะร่วมกันจับกุมคนร้ายได้แทบจะในทันทีก็ตาม แต่อย่างน้อยภาพที่เห็นชัดๆ คือ มีกลุ่มหัวรุนแรงที่เชื่อมโยงอยู่กับนักการเมืองและเครือข่ายกลุ่มอำนาจเก่า เริ่มเคลื่อนไหวและวางแผนก่อกวนพุ่งเป้าเขย่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยใช้อาวุธสงครามท่ามกลางกฎอัยการศึก เป็นการท้าทายหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่แผนปฏิบัติการของคนร้ายครั้งนี้ดูเหมือนรั่วเข้าหูเจ้าหน้าที่รัฐจนจับทางถูก โดยมีสายข่าวรายงานตรงกันว่า จะมีการลงมือป่วนเมืองอีกครั้งใน 10 จุดเป้าหมาย กำลังเจ้าหน้าที่จึงดักซุ่มกระทั่งถึงวันลงมือที่คาดว่าน่าจะเป็นที่ศาล เพราะก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วันมีการตัดสินคดีแกนนำคนเสื้อแดง โดยพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญาถึง 4 ปี
 
          หลักฐานการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มคนสั่งการกับระดับปฏิบัติค่อนข้างชัดเจน เป็นการสื่อสารโดยผู้สั่งการที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มหัวรุนแรงบางส่วนได้หลบหนีออกนอกประเทศ หลังจากทหารเรียกแกนนำบางส่วนมารายงานตัว ช่วงเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การหลบหนีออกจากประเทศนี่เอง ได้มีการตั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารขึ้น มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงมาเป็นระยะ ซึ่งรัฐบาลคงต้องรีบจัดการขยายผลเพื่อนำตัวผู้สั่งการหรือคนอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้ได้ มีสัญญาณบางอย่างที่มีความเชื่อมโยงอยู่กับอดีตบุคคลสำคัญทางการเมือง อดีตนายทหารระดับคุมเหล่าทัพ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่ใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ภาพที่ปรากฏจึงค่อนข้างชัดเจนว่า ยังมีการเคลื่อนไหวใต้ดินอยู่ การเมืองยังไม่สงบอย่างแท้จริง เงื่อนไขการร่างรัฐธรรมนูญที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันมักย้ำทุกครั้งว่า จะให้มีการเลือกตั้งภายในปีหน้านี้ จะทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุขได้จริงหรือไม่
 
          ที่น่าสังเกตอีกประเด็นคือ กลุ่มนักการเมืองระดับแกนนำต่างเก็บตัวเงียบไม่ได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลทหารอย่างชัดเจน แต่สภาพเช่นนี้เหมือนกับการรอเวลา รอกติกาที่จะกลับเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งวิเคราะห์ความเงียบลักษณะนี้ได้ว่า ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาเช่นไร กลุ่มที่ถูกยึดอำนาจก็มั่นใจว่าจะได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง จุดรอยต่ออำนาจแบบนี้อาจกลายเป็นรอยแยกที่ขยายใหญ่ปัญหาทางการเมืองจะกลับเข้าสู่วิกฤติอีกครั้ง ในกรณีที่กลุ่มอำนาจเก่ากลับมา กระบวนการทางกฎหมายที่ดำเนินการอยู่ในช่วงนี้ ไม่ว่าเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น การดำเนินคดีกับอดีตนักการเมือง ประเด็นนโยบายข้าว ซึ่งกำลังมัดตัวอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินต่อไปได้หรือไม่ เหล่านี้่จะมีสัญญาณที่ชัดเจนขึ้น เมื่อการเมืองเงียบ แต่กลุ่มใต้ดินพยายามสร้างสถานการณ์ต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น รัฐบาลจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้การยึดการอำนาจเสียเปล่า