
ไทยในเวทีโลก สู้...สู้...
ไทยในเวทีโลก สู้...สู้... : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ใน 18 เดือนข้างหน้า ตัวแทนไทยในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ และองค์การสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กและนครเจนีวาต้องทำงานหนักมาก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของไทย ซึ่งในขณะนี้ไทยมีภาพลักษณ์ติดลบสุดๆ คือ เป็นเผด็จการ (อ่อนหรือแข็งไม่สำคัญ) กดขี่เสรีภาพสื่อ มีกฎอัยการศึก จิปาถะ
ประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์แท้จริงในไทยเป็นอย่งไร ประชาชนยอมรับหรือไม่ กรอบความคิดและการกระทำในภาคปฏิบัติของรัฐบาลมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร มันมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ประชาชนสนับสนุนนโยบายที่ดี สมาชิกองค์การสหประชาชาติมี 193 ประเทศ จะคอยติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมือง เศรษฐกิจในไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจในเวลาที่ประเทศไทยขึ้นมาเป็นวาระในองค์การสหประชาชาติ
ไทยได้สมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงในยูเอ็นสำหรับปี 2017-2018 ตอนนี้ตัวแทนรัฐบาลไทยได้รณรงค์หาเสียงสนับสนุนแล้ว หลังจากมีการยึดอำนาจพฤษภาคมในไทยปีที่แล้ว มีเสียงคัดค้านแรงมากภายในรัฐบาลว่า ไทยควรถอนตัวออกจากการแข่งขัน โอกาสจะชนะแทบไม่มี เนื่องจากไทยมีรัฐบาลทหารคุม มีกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นปัจจัยลบมากมาย
แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มที่เชื่อว่า โอกาสชนะยังมีอยู่ ถ้าผู้นำไทยและประชาชนคนไทยให้ความร่วมมือ และเข้าใจถึงสถานภาพของไทยในปัจจุบันในเวทีโลก เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลไทยได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าจะเคารพสิทธิมนุษยชน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในไทย ประเด็นนี้ไทยได้คะแนนมาเก็บ ตั้งแต่นี้ต่อไป ต้องให้แน่ใจว่า จะไม่มีกลุ่มทหารเข้าไปรังครวญสัมมนาหรือห้ามการประชุมในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เพราะถ้าตกเป็นข่าวในต่างประเทศไม่ว่าจะข่าวสั้นหรือยาวแค่ไหน ย่อมทำให้ไทยเสียคะแนน เสียชื่อเสียง หลายประเทศไม่มีความรอบรู้เกี่ยวกับไทย อาศัยข่าวคราวจากสื่อช่วยตัดสินใจ
ไทยเรามีเพื่อนในยูเอ็นเยอะก็จริง แต่เราต้องแสดงให้เห็นว่า ถ้าไทยเราได้รับเลือกเป็นสมาชิก เราจะสามารถสะท้อนความคิดเห็นของประเทศเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะประเทศเล็ก ซึ่งมีคะแนนเสียงเดียวเท่ากัน และเราเป็นตัวแทนของเขาได้ในเวทีของคณะมนตรีความมั่นคงในประเด็นต่างๆ
ในกรณีไทย รัฐบาลไทยให้ความสนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพและการเพิ่มบทบาทสตรีในทุกๆ เวที โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ ไทยอยากเห็นจำนวนสุภาพสตรีมากขึ้น
เรื่องเกี่ยวกับการลดอาวุธนิวเคลียร์ ประเด็นนี้ไทยค่อนข้างชัดเจน สนับสนุนให้มีการลดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมด ตอนนี้อาจจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสัมพันธ์สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย สองมหาอำนาจนิวเคลียร์ยังตึงเครียดกันอยู่
แต่ที่สำคัญที่สุดในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า การปฏิรูปการเมืองต้องมีผลออกมาอย่างเป็นรูปธรรม มิฉะนั้นโอกาสชนะในเวทียูเอ็นจะไม่มีเลย เมื่อเร็วๆ นี้นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอกย้ำว่า ไทยจะมีการเลือกตั้งภายในต้นปีหน้า ซึ่งต้องถือว่าเป็นข่าวดี สามารถนำมาต่อยอดได้
แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่พยายามสร้างภาพมารให้ประจักษ์ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีน้ำยา เป็นทหารอย่างเดียว จึงมีความจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่ปรึกษาทั้งหลายน่าจะให้ความสนใจในประเด็นนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีท่าทีอะไรออกมา ไม่มีคนรับผิดชอบในทำเนียบ โฆษกสามคนที่มีอยู่ไม่มีขีดความสามารถพอที่จะทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนได้ ยิ่งเป็นต่างประเทศยิ่งยากขึ้น
นายกรัฐมนตรีมีแผนเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมสมัชชาองค์การสหประชาชาติปลายเดือนกันยายน ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าอย่างดี มิฉะนั้นแล้วพอนายกรัฐมนตรีไปถึงนิวยอร์ก จะยุ่งกันใหญ่
ในช่วงนี้ถือว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ มีการร่างรัฐธรรมนูญที่จะถึงวาระสุดท้ายก่อนได้ร่างสมบูรณ์ให้ประชาชนได้รับรู้ หรือลงประชามติ ประเด็นเหล่านี้ต้องมีโฆษกรัฐบาลช่วยย่อยข่าวให้สื่อมวลชนในและนอกประเทศเข้าใจ เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อ
อย่าลืมไทยจะประสบความสำเร็จการรณรงค์ที่นั่งไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง ขึ้นอยู่กับตัวนายกรัฐมนตรีคนเดียว ที่จะบันดาลให้เป็นจริงได้ อย่าไปโทษคนอื่น
ตอนนี้มีโอกาสเตรียมพร้อม ซักซ้อม สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อเพิ่มแรงสนับสนุนในยูเอ็น



