คอลัมนิสต์

หน่วยงานไหนอืด สิ้นมี.ค.รู้กัน

หน่วยงานไหนอืด สิ้นมี.ค.รู้กัน

09 มี.ค. 2558

หน่วยงานไหนอืด สิ้นมี.ค.รู้กัน : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

            22 มีนาคมนี้ หรืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ จะครบ 10 เดือน การเข้ามาทำภารกิจของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ภายใต้เงาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ให้กำเนิด” ของแม่น้ำอีก 4 สาย คือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

            แม่น้ำทั้ง 4 สาย ก็กำลังเดินเครื่องเต็มสูบในการทำภารกิจของตัวเองให้เป็นไปตาม “โรดแม็พ” ที่ผู้ให้กำเนิดวางโปรแกรมการทำงานเอาไว้

            แต่ที่อยากจะกล่าวถึงคือ การทำงานของ ครม. ที่เพิ่งจะเบาใจได้กับสิ่งที่ไล่บี้มานานในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ ครม.เพิ่งจะเห็นชอบมาตรการจากกระทรวงการคลัง ที่ขีดเส้นใต้หนาๆ กำหนดว่า ทุกหน่วยงานต้องลงนามจัดซื้อจัดจ้างให้ได้ “ภายในเดือนมีนาคมนี้”

            แต่กว่าจะไล่บี้ได้ต้องระดมสรรพกำลังในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาถึง 4 ชุด และ 1 คณะผู้ประสานงานในการ “เร่งรัด” และ “ติดตาม” งานของคสช.และรัฐบาล

            ชุดแรกเป็นชุดของ คสช. ที่มี “บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. รับมอบดาบจากหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้นั่งหัวโต๊ะดูแลงานนี้ ชุดที่สองเป็นชุดเร่งรัดของรัฐบาลที่คนนั่งหัวโต๊ะคือ “นายกฯ ลุงตู่” คุมเอง ที่เน้นผลงานของรัฐบาลเป็นหลัก

            ชุดที่สามเป็นชุดย่อยอีกชุดของรัฐบาลที่มี รมต.ประจำสำนักนายกฯ “นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ” เป็นประธาน ซึ่งชุดนี้มีการประชุมติดตามงานทุกเดือน เรียกว่าบ่อยและถี่กว่าทุกชุด

            ชุดที่สี่เป็นชุดที่เพิ่งแต่งตั้งขึ้น คือ ชุดคณะผู้ประสานงานระดับกระทรวงที่มีคณะกรรมการรวม 38 คน จากทุกหน่วยงานนั่งทำงานติดตามงานกันเอง และชุดสุดท้ายชุดที่ห้าคือ คณะกรรมการบูรณาการระดับจังหวัด (กบจ.) ที่เร่งรัดงานระดับพื้นที่จังหวัดของตัวเอง

            มีโอกาสสอบถามเรื่องคณะกรรมการชุดต่างๆ จาก “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด" รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ก็ได้ทราบว่าการที่ คสช.และ ครม.ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดงานทั้ง 5 ชุด ถือว่า “ได้ผล” เพราะช่วยให้แต่ละหน่วยงานสนใจงานของตัวเองมากกว่าปกติ

            การติดตามงานแบบไล่ลำดับชั้นของคณะกรรมการไล่ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับบนสุดคือ คสช. จะเป็นการฟ้องกันเองว่า ใครไม่ทำงาน ใครทำงานช้าตรงจุดไหนก็จะไปไล่บี้กันเอง จังหวัดติดตามงานของตำบล อำเภอและจังหวัด กระทรวงติดตามงานของกรมและกระทรวง ถ้าใครไม่มีอะไรคืบหน้าก็จะมีการรายงานมาถึงหัวหน้า คสช.

            ที่สำคัญ แม้จะไม่ได้ระบุบทลงโทษชัดเจน หากพบว่าหน่วยงานไหนทำงานล่าช้าหรือเบิกจ่ายงบไม่เป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ แต่รองโฆษกรัฐบาลบอกว่า จริงๆ แล้วมันมีบทลงโทษ แต่ก็ต้องดูถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ว่า “บทลงโทษ” จะเป็นอย่างไร

            แต่ที่แน่ๆ “พล.อ.ประยุทธ์” ในฐานะหัวหน้า คสช.เคยส่งสัญญาณให้ทราบโดยทั่วกันแล้วว่า ให้ “พล.อ.ประวิตร” สั่งดำเนินการได้รวมทั้งเรื่องของการโยกย้ายได้ หากพบว่าปัญหาอยู่ที่จุดไหน เพื่อให้งานเดินไปข้างหน้า

            ฉะนั้นที่น่าสนใจที่ต้องติดตามในโอกาสครบ 10 เดือน คสช.ที่จะมาถึง ต้องรอดูกันว่า หน่วยงาน จังหวัด กรม กระทรวง ไหนจะเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามเป้าและไม่เป็นไปตามเป้า แล้วเจอบทลงโทษอย่างไรสำหรับจุดที่เป็นปัญหา ซึ่งในที่นี้ทราบมาว่า หมายรวมถึงระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้วย ที่ต้องขับเคลื่อนตามในการเบิกจ่ายงบและลงนามจัดซื้อจัดจ้าง