คอลัมนิสต์

กรมควบคุมโรคพัฒนาชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมรับมือโรคติดต่อชายแดน

กรมควบคุมโรคพัฒนาชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมรับมือโรคติดต่อชายแดน

06 มี.ค. 2558

กรมควบคุมโรคพัฒนาชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมรับมือโรคติดต่อชายแดน : สายตรวจระวังภัย โดยธาริณี แพทย์เมืองจันทร์

               จ.กาญจนบุรี พื้นที่ชายแดนที่เสี่ยงในการติดต่อโรคจากเพื่อนบ้าน จำเป็นต้องให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมา นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ดร.นพ.อนุพงค์ สุจริยากุล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 ราชบุรี ได้ตรวจเยี่ยมการป้องกันควบคุมโรคตามแนวชายแดน ณ บ้านสะพานลาว อ.ทองผาภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพระเจดีย์สามองค์ และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

               นพ.โสภณ เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค เตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายของประชากรและสินค้ามากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงเกิดโรคติดต่อจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงาน  โดยเฉพาะโรคติดต่อตามแนวชายแดน เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย วัณโรค ฯลฯ  ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จึงต้องเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นช่องทางเข้าออกที่สำคัญของคนและพาหะนำโรคได้

               กรมควบคุมโรค ให้ความสำคัญพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1.มีระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่ชายแดน และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครือข่าย 2 ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT)ที่มีประสิทธิผล รวมถึงมีการสอบสวนโรคร่วมกันระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กรณีที่มีการระบาดของโรคเกิดขึ้น 3.ด่านป้องกันควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎอนามัย ระหว่างประเทศ 4.มีแผนงานการป้องกันควบคุมโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสำคัญในบริเวณชายแดน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5.ผลักดันให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างจังหวัดชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เตือนภัยและเฝ้าระวังโรคติดต่อที่สำคัญ

               ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า การเฝ้าระวังโรคติดต่อตามแนวชายแดน มีการดำเนินงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง โดยใช้หลัก 4 มาตรการ 1.ตรวจสอบประวัติการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบหลักฐานการตรวจร่างกาย และผลตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ตรวจสอบหลักฐานการได้รับวัคซีนและการป้องกันโรคอื่นๆ 2.ให้ผู้เดินทางขาเข้าต้องรับการตรวจทางการแพทย์ที่ต้องใช้หัตถการที่ทำให้บาดเจ็บหรือล่วงเกินที่น้อยที่สุด การให้วัคซีน หรือการให้ยาป้องกันโรคอื่นๆ ที่พิจารณาแล้วว่ามีความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเกิดขึ้นในการอนุญาตให้เดินทาง เข้าเมือง หรือขอตรวจสอบเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน 3.หากผู้เดินทางไม่ยินยอมรับมาตรการตามข้อ 2 ไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางนั้นเข้าประเทศได้ 4.มาตรการด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของโรค ได้แก่ การแยกกัก การกักกัน หรือการเฝ้าสังเกตด้านสาธารณสุขให้ดำเนินการติดตามหาผู้ที่สัมผัสกับบุคคลต้อง สงสัยหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

               ขณะที่ ดร.นพ.อนุพงค์ สุจริยากุล เปิดเผยว่า ทางสคร.4 ราชบุรี ได้เตรียมความพร้อมของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ตั้งคณะทำงานอำนวยการช่องทางเข้าออก สื่อสารข้อมูลต่อผู้ป่วย การติดตามผู้ต้องสงสัยที่เดินทางเข้าประเทศ พัฒนาทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว โดยนำร่องที่ จ.กาญจนบุรี ที่มีอำเภอติดแนวชายแดนพม่า 5 อำเภอ อ.เมืองกาญจนบุรี ด่านมะขามเตี้ย ไทรโยค ทองผาภูมิ และสังขละบุรี จากการเฝ้าระวังผ่านพื้นฐาน 5 อำเภอ ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการป้องกันควบคุม ซึ่งหากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422