คอลัมนิสต์

คำเตือนครั้่งสุดท้าย

คำเตือนครั้่งสุดท้าย

04 มี.ค. 2558

คำเตือนครั้่งสุดท้าย : บทบรรณาธิการประจำวันที่4มี.ค.2558

            การบุกเข้าจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะเห็นถึงสภาพความเป็นจริงบางอย่างว่า กลุ่มอบายมุขเหล่านี้คงได้รับสัญญาณบางอย่างให้เปิดดำเนินการได้ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นจริงหรือคลื่นเท็จก็ย่อมสะท้อนถึงผลประโยชน์ที่บรรดานายตำรวจใหญ่น้อยมากมายถูกตัดท่อหายใจจากธุรกิจสีเทาเหล่านี้มานานนับตั้งแต่การเข้ายึดอำนาจโดยทหาร แม้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงล่าสุดสรุปว่า นายตำรวจทั้ง 4 ท้องที่ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย มีการร่วมกับทหารเข้าจับกุมก็ตาม แต่ก็เกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่มองเห็นว่า ลึกๆ มีความบาดหมางระหว่างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่กับระดับบริหารในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ระดับผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตรมาช่วยราชการ เมื่อผลการสอบสวนออกมาอย่างนี้นายตำรวจทั้งหมดก็กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมในทันที มุมของคนดูจึงเกิดข้อสงสัยว่า คำสั่งย้ายไปช่วยราชการก็แค่ประกอบพิธีกรรม เพราะเพียงไม่มีชั่วโมงต่อมาทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

             ประเด็นที่อาจดูเหมือนตำรวจนครบาลตกเป็นเป้านิ่ง แต่หน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ มีอำนาจการจับกุม กลับรับแต่ความชอบ รับแต่ผลประโยชน์ โดยไม่ต้องรับผิดร่วมกับตำรวจท้องที่ เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการออกคำสั่งซึ่งนานๆ จะเห็นในลักษณะนี้คือ ให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวน ซึ่งมีกองบังคับการที่รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น กก.1 กองปราบปราม นายตำรวจระดับผู้กำกับ จนถึงสารวัตร ต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย รวมไปถึงผู้บังคับการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง นอกจากบ่อนการพนันแล้วยังมีคำสั่งไปในแนวเดียวกันคือ ให้ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์สังกัด บช.ก. ร่วมรับผิดชอบหากมีการจับกุมจากหน่วยอื่นด้วย คำสั่งผบ.ตร.ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ที่ตำรวจ บก.เศรษฐกิจสังกัด บช.ก. ร่วมรับผิดเช่นกัน ส่วนนายตำรวจที่อยู่ในข่ายความบกพร่องไล่ลงมาตั้งแต่ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ผู้กำกับ จนถึงระดับสารวัตร เลยทีเดียว

             การเข้าจับกุมบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุข ครั้งล่าสุดนี้จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือมีการล้างแค้นกันอย่างไรหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนัก แต่คนวงการรู้กันดีว่า คำเตือนครั้งสุดท้ายจาก ผบ.ตร.นี้มีความหมายอย่างไร เพราะที่ผ่านมากระแสความสั่นคลอนบนเก้าอี้ผู้นำตำรวจก็มีออกมาเป็นระยะ จึงเท่ากับแรงกดดันพุ่งเข้าส่วนหัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อย่าลืมว่า ที่ผ่านมาตำรวจที่ลงทุนเพื่อเข้ามานั่งเก้าอี้สำคัญมีแหล่งผลประโยชน์ยังไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าก็มาติดปัญหาที่รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีพยายามจัดระเบียบสังคม โดยผ่านรัฐมนตรีบางคน แม้แต่การจัดระเบียบค้าขายทางเท้าใน กทม.ก็มีการส่งสัญญาณให้ดำเนินการอย่างเต็มที่กับปัญหาที่เรื้อรังมานาน ยุทธการกวาดล้างอบายมุข บ่อนการพนันครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเขียนเสือให้วัวกลัวในระดับล่างเท่านั้น ยังมีนัยไปถึงเก้าอี้ผู้นำและนายตำรวจระดับสูงด้วย หากมีการปล่อยปละละเลย และนี่อาจเป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายจากผู้มีอำนาจตัวจริงด้วย