
โรงพักศูนย์การเรียนรู้สอนนักเรียนป้องกันภัย
โรงพักศูนย์การเรียนรู้สอนนักเรียนป้องกันภัย : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช
ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาลส่วนใหญ่จะเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ โดยเฉพาะปัจจุบันโทรศัพท์มือถือมีราคาสูงขึ้น เช่นโทรศัพท์ไอโฟนมีราคา 2-3 หมื่นบาท สามารถนำไปปล่อยขายต่อได้ง่าย จึงเป็นสิ่งที่ล่อใจให้คนร้ายลงมือก่อเหตุ ดังนั้น จึงอยากฝากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครอง อย่าได้ซื้อโทรศัพท์มือถือที่มีราคาสูงให้บุตรหลาน เพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของเหล่ามิจฉาชีพ
ด้วยเหตุนี้ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. จึงมีนโยบายให้โรงพักทั้ง 88 สถานี เป็นศูนย์การเรียนรู้ป้องกันอาชญากรรม โดยระบุว่า โครงการนี้ถูกจัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย จำนวน 100 คน เข้าร่วมโครงการที่ สน.พญาไท เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้เยาวชนมีความรู้ด้านการป้องกันภัย เอาตัวรอดได้ โดยให้สถานีตำรวจเป็นศูนย์การเรียนรู้การป้องกันอาชญากรรม ซึ่งมี 4 ฐานการเรียนรู้ คือ การเรียนรู้งานด้านจราจร งานสอบสวน งานสืบสวน และงานปราบปราม
"การป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม เป็นสิ่งสำคัญของโครงการนี้ เพื่อให้รู้จักวิธีการป้องกัน และไม่ให้เยาวชนกลายเป็นอาชญากรเสียเอง ซึ่งปีได้ตั้งเป้าหมายผู้ที่เข้าร่วมโครงการไว้จำนวน 2.1 หมื่นคน โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการกว่า 200 สถาบัน" พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม นโยบายที่ให้ทุกโรงพักในสังกัดนครบาลเผยแพร่ให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรม จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี 4 ฐานด้วยกัน คือ 1.ฝ่ายปราบปราม มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามให้ความรู้แก่นักเรียน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม 2.ฝ่ายจราจร สอนให้ความรู้เกี่ยวกับสัญลักษณ์จราจรและระเบียบปฏิบัติในกฎจราจร 3.ฝ่ายสืบสวน มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเป็นวิทยากรให้ความรู้ในการจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย การโทรแจ้ง 191 ให้ข้อมูลในการตามจับคนร้ายได้ทันท่วงที 4.ฝ่ายสอบสวน มีพนักงานสอบสวนเป็นวิทยากรสอนให้ความรู้ในการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และหน้าที่ต่างๆ ในหน่วยงานสอบสวน
ขณะที่ ด.ช.นิธิเมธ สุขจิตธรรม อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นหนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เพราะได้รับความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด เกี่ยวกับการปราบปราม การจราจร การจดจำรูปพรรณคนร้าย เช่นเดียวกับ ด.ญ.นภัส คำม้วน อายุ 14 ปี ที่รู้สึกดีใจที่ได้รับความรู้ด้านการสืบสวน และได้มาเห็นการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน ด.ช.อรรถพนธ์ ปิ่นตนแต่ง อายุ 13 ปี กล่าวว่า โครงการนี้พี่ๆ ตำรวจได้แนะนำในการสังเกตตรวจสอบ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผิดปกติ เพื่อจะได้ระมัดระวังตนเองได้
ด้าน น.ส.นิภาธร มุลกุณี อาจารย์ประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/6 เปิดเผยว่า นักเรียนที่เข้ารับการอบรมจะได้รู้เท่าทันคนร้ายที่มักมาได้รูปแบบต่างๆ และยังสามารถระมัดระวังอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น หรือหากไปเผชิญเหตุ ก็จะได้รู้วิธีหรือขั้นตอนต่างๆ ในการแจ้งเหตุ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้นักเรียนได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น



