
ยุติธรรมสู่เวทีโลก
ยุติธรรมสู่เวทีโลก : กระดานความคิด
หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้โอน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม จากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (สธท.) หรือ ทีไอเจ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 4
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (สธท.) ได้เกษียณอายุราชการไปเมื่อสิ้นปี 2557 ที่ผ่านมา ต่อมาคณะกรรมการบริหาร สธท. มีมติเลือก นายกิตติพงษ์ ให้มารับตำแหน่งแทน
บทความชิ้่นนี้ นำเสนอ วิสัยทัศน์ในการบริหารงานของนายกิตติพงษ์
ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (สธท.) หรือ ทีไอเจ ได้กำหนดเป้าหมายเอาไว้ว่า จะยกสถานะ สธท. ไปสู่การเป็นสถาบันสมทบในเครือข่ายของสหประชาชาติ (United Nations Programme Network of Institutes - PNIs) ให้ได้ภายใน 2 ปี โดยมุ่งเน้นงานด้านวิชาการ 2 ส่วนสำคัญๆ คือ 1.พัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในด้านการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดหญิงและเด็ก โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือ "Bangkok Rules" และ2.การส่งเสริมแนวคิดเรื่อง Rule of Law ในทุกมิติ
ทั้งนี้ การเข้าเป็นเครือข่ายสถาบัน PNI จะทำให้ สธท. มีความชัดเจนในการดำเนินภารกิจที่สำคัญภายใต้กรอบงานของสหประชาชาติ เช่น การให้คำแนะนำ ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่คณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา
นอกจากนี้ สธท.จะได้แสดงบทบาทเชิงรุกในเชิงนโยบายและวิชาการด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์เข้มแข็งขึ้น และยกระดับเสียงของประทศไทยในการให้ความเห็นหรือมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการยุติธรรมในเวทีระหว่างประเทศ หาก สธท.ผ่านการพิจารณา เชื่อได้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำสำคัญในสาขาดังกล่าวในอาเซียนเพราะยังไม่มีประเทศใดในภูมิภาคมีสถาบันอยู่ในเครือข่ายนี้
นายกิตติพงษ์ ย้ำว่า การก้าวไปสู่สถานะการเป็น PNI นั้น สธท.จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในด้านวิชาการและการจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า สธท.มีการสนับสนุนจากภายในประเทศเพียงพอและจะสามารถรักษาบทบาทในฐานะหน่วยงาน PNI ไว้ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
อนึ่ง PNI นั้นเป็นเครือข่ายสถาบันวิชาการและองค์การระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่สนับสนุนในการดำเนินภารกิจต่างๆ รวมถึงการจัดทำกรอบความร่วมมือ ทั้งที่มีลักษณะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรฐาน และบรรทัดฐานระหว่างประเทศ
โดยเครือข่ายสถาบัน PNI เป็นแหล่งบริการด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การศึกษาวิจัย การฝึกอบรม และการศึกษาเฉพาะทาง นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ศึกษาวิจัย จัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม เผยแพร่ข้อมูลความรู้เฉพาะด้าน รวมทั้งสนับสนุนด้านสารัตถะในการประชุมที่สำคัญของสหประชาชาติในสาขาที่เกี่ยวข้อง



