
ใคร...จะทำตามสัญญา?
ใคร...จะทำตามสัญญา? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
คืนความสุขให้ประชาชน เป็นคำที่แสดงจุดยืนของคณะผู้บริหารประเทศ ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ รวมถึงบทเพลงที่ทุกคนคุ้นชินด้วยถ้อยวลี..."เราจะทำตามสัญญา"
สัญญา มีความสำคัญ เพราะ...
สัญญาคือ ความหวัง(ที่รอคอย)
สัญญาผูกเกี่ยวด้วย ความเชื่อมั่น
สัญญาเชื่อมโยงกับผลลัพธ์เชิงกระบวนการซึ่งหมายถึงศรัทธา
สัญญา ความหวัง ความเชื่อมั่น และความศรัทธา
หากมีสัญญาณหนึ่งสัญญาณใดแสดงให้เห็นว่าโอกาสที่จะเป็นไปดังสัญญาเริ่มเปลี่ยนแปลง ลดน้อยลงเรื่อยๆ...
อะไรจะเกิดขึ้น??
หากมองย้อนกลับจะเห็นได้ว่า วิถีทางและวิธีคิดที่คนไทยทุกคนควรตระหนักและพัฒนาในยามนี้นั้นคือ การยุติที่จะเฝ้ารอคอยสัญญาที่หวังให้ผู้อื่น(ไม่ว่าใครก็ตาม)ทำสิ่งใดให้แก่เรา
หากแต่ควรมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะ "ยืนอย่างเข้มแข็งและก้าวไปอย่างมั่นคงทุกก้าวย่างด้วยสติและปัญญา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติของสังคมเช่นนี้
ใช้สติและปัญญาในการคิด วิเคราะห์ว่า...เหตุที่มาเป็นอย่างไร เหตุที่ไปควรจะเป็นอย่างไร และตัวเราควรจะต้องทำเช่นไร?
ย้อนกลับมาวิเคราะห์ในประเด็นความไม่ธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งความบาดหมางในยุคสมัยที่ผ่านมาจะถึงปัจจุบันนี้คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้อย่างแน่นอนว่า
ความยุติธรรม เป็นหัวใจของการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์และเป็นดัชนีชี้วัดความสงบ ความสุขที่อาจเกิดขึ้น
สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษและตั้งคำถามกับความเป็นธรรมของตำรวจ ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมไทย
อาจเป็นเพราะไม่มีประชาชนคนใดไม่รู้จักตำรวจ แต่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักแค่ตำรวจโดยไม่รู้เลยว่าตำรวจมิได้ทำงานในการรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงลำพังเท่านั้น
การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มคนในองค์กรต่างๆ มากมายที่จำเป็นต้องทำงานอย่างสอดรับกันทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ศาล อัยการ หรือแม้กระทั่งทนายความ นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ดีเอสไไอ (ซึ่งเป็นองค์กรที่ประชาชนรู้จักอยู่บ้างจากสื่อมวลชน) สถานพินิจฯ กรมคุมประพฤติ เรือนจำ เป็นต้น
นอกจากนี้การทำหน้าที่ของตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายยังมีความเกี่ยวพันกับฝ่ายปกครอง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ที่อยู่ในเขตเมืองแต่ละจังหวัด เช่น พัฒนาสังคม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น
สิ่งที่ประชาชนคนไทยจำเป็นต้องใช้สติในการวิเคราะห์อย่างถ่องแท้มากเป็นพิเศษคือ ตำรวจมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในระบบการบริหารงานและการใช้ทรัพยากรสำคัญในการทำงานต่างๆ กับภาคฝ่ายการเมืองทั้งการเมืองระดับชาติ และการเมืองระดับท้องถิ่น!!!????? (ท้าทายให้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน)
นี่คือ จุดสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ตรงจุด ตรงเป้า ตรงสาเหตุที่สุด ใช่หรือไม่?? หากต้องการทำให้ความยุติธรรมในสังคมไทยบังเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
ปฏิรูปหรือปฏิวัติจะต้องก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชนิดถอดรากถอนโคนโคตรเหง้าที่มาแห่งปัญหาให้ได้ด้วยกระบวนทัศน์แห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอย่างก้าวกระโดดใช่หรือไม่?
ถ้าใช่... ณ เวลานี้คือ วินาทีแห่งการพิสูจน์ความจริงใจของผู้นำ!!!
ตำรวจไม่สามารถสร้างความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างแท้จริง หากองค์กรตำรวจไม่มีความเข้มแข็งและมีความเป็นเอกภาพอย่างเพียงพอในการบริหารงานทั้งในส่วนงานของตำรวจและส่วนงานที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ
หน้าที่ในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการบริหารงานภาพใหญ่ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นๆ ในลักษณะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งองคาพยพนั้น เป็นหน้าที่สำคัญของผู้มีอำนาจระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หากแต่ในส่วนของตำรวจเองนั้นก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการพัฒนาตนเองไปอย่างทันทีทันใดในห้วงโอกาสนี้ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ที่ว่า
“...ปัญหาภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ผ่านมา คือทำแล้วไม่ได้มวลชนเข้ามาหาตำรวจ จนทำให้ตำรวจตกอยู่ในภาวะถูกกดดันในวันนี้ ทั้งๆ ที่ตำรวจทำงานอย่างหนัก...” ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่ผู้นำตำรวจภาค 6 ชวนลูกน้องวิเคราะห์ความต้องการของชาวบ้านและนำไปใช้เป็นนโยบายระดับกองบัญชาการทั้ง 7 ประการที่เริ่มต้นจากใกล้ชิดชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนต้องช่วยทันที มีทุกข์ต้องบริการอย่างรวดเร็ว กล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม วางตัวเป็นกลาง มีกิริยาเหมาะสม ซื่อสัตย์สุจริตกินอยู่ตามอัตภาพ และเป็นตำรวจมืออาชีพ ซึ่งหมายความว่า ตำรวจต้องเป็นนักกฎหมาย รู้กฎหมายชัดเจนถูกต้อง มีวิชาการตำรวจทั้งด้านสืบสวนสอบสวน รอบรู้ยุทธวิธีเพราะต้องใช้อาวุธ ต้องมีดุลยพินิจ..."
อย่างนี้สิ...สุภาพบุรุษสีกากี (ของแท้) อย่างไรก็ตาม ท่านผู้บัญชาการต้องไม่ลืมที่จะต้องดูแลทรัพยากรในการทำงานที่พอเหมาะให้แก่ไพร่พลตำรวจด้วย มิเช่นนั้นประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยได้ด้วยวิถีการทำงานที่ตำรวจจำต้องไปหาปัจจัยในการทำงานเองอย่างเคยตามที่ถูกปล่อยปละละเลยให้ต้องทำเช่นนี้มาโดยตลอดเพื่อสนองตอบนโยบายของเจ้านายให้สำเร็จให้ได้!!



