คอลัมนิสต์

 ‘คอบร้าโกลด์ 2015’หน้าม่านขึงขังหลังฉากยังหวาน

‘คอบร้าโกลด์ 2015’หน้าม่านขึงขังหลังฉากยังหวาน

19 ก.พ. 2558

แง้มเนื้อใน‘คอบร้าโกลด์ 2015’ หน้าม่านขึงขังหลังฉากยังหวาน : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

              การฝึกร่วม/ผสม "คอบร้าโกลด์ 2015" ประสบกับอุปสรรคมาตั้งแต่ต้นเมื่อมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณกดดันทางการเมืองต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นมหามิตรนอกกลุ่มนาโตอย่างหนัก ซ้ำยังแถลงว่าได้ "ลดระดับ" การฝึกคอบร้าโกลด์ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแรงกดดันที่ไทยไม่เคยเผชิญมาก่อน เพราะแม้แต่คอบร้าโกลด์ 2007 หลังรัฐประหารปี 2006 สหรัฐก็ไม่ได้กดดันไทยมากเท่านี้

              ขณะที่ นายแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังย้ำหัวตะปูในระหว่างพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2015 ด้วยการเรียกร้องให้ไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว เพื่อกลับสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งก็ยิ่งทำให้ภาพความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐยิ่งมึนตึงหนักขึ้นไปอีก

              อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของไทยเผยว่า อันที่จริงแล้วความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐยังเหมือนเดิม เพียงแต่ "หน้าฉาก" สหรัฐไม่สามารถที่จะแสดงจุดยืนว่า สนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ได้ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งขัดกับหลักการ และกฎหมายภายในของสหรัฐ

              เขาย้ำว่า สหรัฐยังต้องการรักษาความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีกับไทยไว้อย่างเต็มที่ และต้องการที่จะดำรงความสัมพันธ์ทางการทหารกับไทยเอาไว้ในระดับที่ใกล้เคียงในระดับปกติมากที่สุด ซึ่งการฝึกคอบร้าโกลด์อยู่ในระดับปกติ แต่การนำเสนอข่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญของสหรัฐ เพราะไทยมีการรัฐประหาร ซึ่งสหรัฐจะต้องลดระดับความสัมพันธ์ทางการทหารด้วย

              "ปีนี้สหรัฐนำกำลังเข้ามาฝึกคอบร้าโกลด์ในระดับสูงกว่าที่เคยตกลงกันเอาไว้ โดยอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ได้ลดลง เพียงแต่การฝึกบางอย่างลดลง เช่น การฝึกยกพลขึ้นบก เพราะสหรัฐไม่ต้องการให้ภาพออกไป ซึ่งในระดับกองทัพนั้นสหรัฐต้องการคงความสัมพันธ์กับกองทัพไทยเอาไว้ แต่ในทางการเมืองก็ต้องแสดงบทบาทตามที่อุปทูตสหรัฐแถลงออกมา"

              สำหรับสาเหตุที่สหรัฐยังต้องการคงความสัมพันธ์เอาไว้นอกจากการเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้แล้วยังมีปัจจัยมาจากการที่ "จีน" เข้ามาร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ด้วยเป็นปีแรกในโครงการช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ รมว.กลาโหมจีน ก็แสดงจุดยืนพร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ในทุกด้าน และพร้อมที่จะขยายการฝึกร่วมในภูมิภาคนี้ให้ใกล้เคียงกับการฝึกคอบร้าโกลด์อีกด้วย

              "จะสังเกตได้ว่า สหรัฐไม่ต้องการให้จีนเข้ามาฝึกด้านยุทธการ แต่จะให้เข้ามาฝึกตามโครงการช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น และยังได้ดึงประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของจีนมาฝึกคอบร้าโกลด์เป็นปีแรกเพื่อเป็นการเข้ามาคานอำนาจกับจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแบ่งขั้วอำนาจที่ชัดเจนมาก"

              เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงคนเดิมเผยด้วยว่า ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้นำเหล่าทัพของไทยจึงไม่แสดงความกังวลในเรื่องความสัมพันธ์ทางการทหารมากนัก เพราะที่จริงแล้วสหรัฐยังคงต้องการรักษาความสัมพันธ์กับไทยเอาไว้ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอยู่

              อย่างไรก็ตาม ไทยเองก็ไม่สามารถที่จะไปจับขั้วกับจีนได้อย่างชัดเจน เหมือนที่บางฝ่ายแสดงความไม่พอใจสหรัฐที่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย และวิเคราะห์ว่า สหรัฐต้องการเข้ามาแทรกแซงให้ไทยเกิดความวุ่นวายเหมือนในยูเครน เพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

              สรุปแล้ว เขามองว่า ไทยยังคงต้องบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และจีนเอาไว้ให้ดี ไม่โน้มเอียงไปในทางใดทางหนึ่งมากเกินไป เพื่อรักษาดุลทางอำนาจ และประคับประคองประเทศชาติให้เดินไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย และก้าวพ้นจากความขัดแย้งตามโรดแม็พของคสช.ได้ในที่สุด