
หาจุดลงตัวสัมปทานรอบที่21
หาจุดลงตัวสัมปทานรอบที่21 : บทบรรณาธิการประจำวันที่19ก.พ.2558
กรณีที่รัฐบาลเปิดเวทีกลางให้ตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาแลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องข้อขัดแย้งการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยรัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมเวที โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ทั้งนักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมไปถึงคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดหมายกันว่าเวทีแห่งนี้จะมีผู้ร่วมหารือกว่าร้อยคน โดยประชาชนที่สนใจรับฟังรับชมทางรัฐบาลก็ได้จัดสถานที่ไว้รองรับที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ฝั่งสำนักงาน ก.พ. ซึ่งถ่ายทอดผ่านทีวีวงจรปิดตลอดการหารือ และยังถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้ติดตามรับทราบ โดยการประชุมก็หวังว่าจะได้ข้อยุติและเกิดผลประโยชน์ร่วมกันของคนในชาติอย่างแท้จริง
ท่าทีของแกนนำขาหุ้นปฏิรูปพลังงานในจังหวัดภาคใต้ ที่ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมทั้ง 20 รอบที่ผ่านมา และเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ของรัฐบาล เพราะการปกปิดข้อมูลจะยิ่งส่งผลให้กระแสคัดค้านขยายวงกว้าง แม้รัฐบาลได้ชะลอเรื่องแล้วก็ตาม แต่ก็ถูกมองอีกมุมหนึ่งว่าเป็นการขยายเวลาเหมือนกับการซื้อเวลาลดทอนพลังของกลุ่มคัดค้าน เพราะจุดยืนของรัฐบาลยังคงเดิมคือเปิดให้สัมปทานโดยไม่สนใจข้อเรียกร้องในเรื่องให้เลิกสัมปทานและมาใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต พร้อมกันนี้ได้เสนอช่องทางสายกลางให้ตั้งคณะทำงานศึกษาร่วมกันระหว่างรัฐบาลและกลุ่มที่เกี่ยวข้องเพื่อหาคำตอบที่เป็นเชิงวิชาการตลอดจนให้รับรู้ถ่องแท้ว่าที่สุดแล้วผลประโยชน์ที่ได้รับสูงสุดจะตกไปสู่ประชาชนได้อย่างไร
ปัญหาความเห็นต่างในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาก็มีหลายกลุ่มหลายฝ่ายที่นำเสนอแนวทางให้รัฐบาลดำเนินการด้วยความรอบคอบ และก็มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม นักวิชาการ บุคคลชั้นนำ ร่วมลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานศึกษาเรื่องการเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานที่สนับสนุนเปิดสัมปทาน ซึ่งสมาชิก สปช.ส่วนใหญ่ได้อภิปรายอย่างกว้างขวางและขอให้ส่งข้อเสนอแนะและข้อสังเกตไปยังรัฐบาลเพื่อประกอบการพิจารณาในส่วนรายงานดังกล่าว และเมื่อเปิดลงมติจากที่ประชุม ปรากฏว่าสมาชิก สปช.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับรายงานการศึกษาของกรรมาธิการเสียงข้างมากในกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ที่ให้เปิดสัมปทานรอบที่ 21 ด้วยคะแนน 130 ต่อ 79 เสียง งดออกเสียง 21 เสียง
ส่วนเครือข่ายภาคประชาชนก็ได้เคลื่อนไหวยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยกเลิกการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 เช่นกัน โดยมีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศฉบับวันที่ 30 กันยายน 2557 ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่องเขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทย ที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เปิดเวทีเจรจาถกข้อมูลระหว่างตัวแทนภาครัฐและประชาชน ตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมแก้ไขธุรกิจปิโตรเคมี ท่อก๊าซ และราคาก๊าซ-ไฟฟ้าต้องลดลง ดังนั้นการขับเคลื่อนของภาคสังคมหลายกลุ่มย่อมสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลท่ามกลางการคงอยู่ของกฎอัยการศึก ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังต่อเรื่องนี้อย่างมาก อย่ามองว่าเป็นเกมการเมืองเพียงด้านเดียว หากแข็งกร้าวไปจะก่อให้เกิดวิกฤติขึ้นได้ ขณะเดียวกันฝ่ายคัดค้านก็ต้องยอมรับฟังเหตุผลการชี้แจงจากภาครัฐด้วย โดยทุกฝ่ายต้องยึดความสงบของประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นหลักสำคัญ



