คอลัมนิสต์

เมื่อ‘ทักษิณ’ไม่ใช่ทั้งหมด

เมื่อ‘ทักษิณ’ไม่ใช่ทั้งหมด

18 ก.พ. 2558

เมื่อ‘ทักษิณ’ไม่ใช่ทั้งหมด : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

               เป็นอีกครั้งกับข้อเสนอเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองที่เสนอให้ผู้มีอำนาจคุยกับ "ทักษิณ ชินวัตร" เพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมายาวนาน

               ที่ใช้คำว่า "อีกครั้ง" เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข้อเสนอเช่นนี้ หากแต่มีคนบอกเช่นนี้มาเนืองๆ ตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 หรือกระทั่งหลังเกิดวิกฤติการเมือง 2553 และกับครั้งล่าสุดก็เช่นเดียวกัน

               หากมองแล้วปรากฏการณ์นี้ไม่แปลก เพราะคนที่เสนอเช่นนี้มีกรอบความคิดที่ว่า "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งทั้งหลายทั้งมวลในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้น หากเจรจากับเขาได้สังคมไทยก็จะก้าวเข้าสู่ความสงบสุขเหมือนเดิม

               หากคำถามที่น่าจะฉุกคิดคือ นี่คือการตั้งโจทย์ที่ถูกต้องหรือไม่  "ทักษิณ" คือต้นตอของปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นหรือไม่ และหากเจรจาเรียบร้อยสังคมจะกลับมาปรองดองจริงหรือ..?

               จริงอยู่ที่ "ทักษิณ" เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง การเคลื่อนไหวของเขาอย่างน้อยก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์จากคนกลุ่มหนึ่ง และความเคลื่อนไหวอีกหลายๆ ครั้งก็ชวนตั้งคำถามว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือให้การสนับสนุนหรือไม่ รวมไปถึงความเคลื่อนไหวในระบบพรรคการเมืองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นตัวจริงเสียงจริง เงา อำนาจ บารมี ของเขานั้นทาบทับอยู่แทบทุกส่วน

               แต่กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมันใช่ทั้งหมดหรือ คนที่เห็นไม่ตรงกันปัจจุบันนั้นมิได้มีเพียงกลุ่มเดียว หรือมีรากเหง้ามาจากปัญหาความไม่พอใจที่เกิดจากการปลุกปั่นของเขาตามที่มีบางคนคิดทั้งหมด

               หลายคนที่เห็นต่างมีปัจจัยพื้นฐานของความคิดที่มากกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ถูกตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำ การจัดสรรทรัพยากรที่คนกลุ่มหนึ่งเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ ขณะที่อีกคนได้แต่มองตาปริบๆ หรือกระทั่งสิทธิในการออกสิทธิออกเสียง แสดงความเห็น และเสรีภาพพื้นฐาน ที่คนจำนวนมากรู้สึกว่าถูกจำกัด นี่ต่างหากเป็นที่มาของความขัดแย้งที่หยั่งรากลึก

               คนกลุ่มต่างๆ เหล่านี้บางคนอาจจะเคยใช้ "ทักษิณ" เป็นสัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนไหว แต่ขณะที่อีกหลายคนได้ก้าวข้ามไปนานแล้วเพราะเห็นว่าอุดมการณ์ที่แท้จริงนั้นไม่ตรงกัน

               หลายกลุ่มในวันนี้อึดอัดเสียด้วยซ้ำที่ "ทักษิณ" ไม่ยอมมีทีท่าอะไรต่อการรัฐประหาร ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าพยายามประกาศตัวเป็นผู้นำประชาธิปไตย หลายคนอึดอัดกับ "ครอบครัวชินวัตร" ที่ไม่ลุกขึ้นสู้ก่อนหน้านี้ แต่พอถึงคราวคนในครอบครัวอย่าง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" โดนถอดถอนกลับออกอาการทำคล้ายกับจะตอบโต้ จึงถูกมองว่าสุดท้ายก็ทำแค่เพื่อตัวเองเท่านั้น

               หลายคนอึดอัดที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มการเมืองที่ "ทักษิณ" หนุนหลังยอมเกี้ยเซียะกับกลุ่มอำนาจ ไม่จัดการเรื่องที่ควรจัดการในยามที่มีอำนาจ เพียงเพื่อรักษาอำนาจ และสุดท้ายก็ถูกหักหลังครั้งแล้วครั้งเล่า

               ดังนั้น ต่อให้เกิดการเจรจาขึ้นจริงและตกลงกันได้จริง คนกลุ่มนี้จะยอมทำตามด้วยหรือไม่ เมื่อปัญหาหลายๆ อย่างยังไม่ได้ถูกแก้ให้ลุล่วงลง และพวกเขาก็เดินออกห่างกันไปเรื่อยๆ

               นอกจากนี้ อีกหนึ่งคำถามคือ "ทักษิณ" พร้อมจะเจรจาหรือไม่ เพราะเขาเองนั้นน่าจะมีบทเรียนจากครั้งที่ผ่านๆ มาไม่น้อย รวมไปถึงวันนี้แทบไม่มีไพ่ในมืออะไรให้เล่นอีกแล้ว หากไปเจรจาจริงเขาก็จะอยู่ในสภาวะที่เสียเปรียบแบบสุดๆ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของการเข้าสู่วงเจรจา

               ส่วน "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ย่อมรู้สถานะของตัวเองว่ากำลังอยู่ในฐานะอะไร การเข้าสู่การเจรจาเช่นว่าจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับเขา  ข่าวนี้จึงเป็นเพียงข่าวคั่นเวลาและเกิดจากความคิดของคนที่เห็น "ทักษิณ" เป็นศูนย์กลางเท่านั้น