
การพนันกับงานตำรวจ
การพนันกับงานตำรวจ : โลกตำรวจโดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
“ขวัญ” (Morale) เป็นประเด็นที่วงการวิชาการด้านจิตวิทยาองค์การให้ความสนใจศึกษากันอย่างมากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุว่า นักวิชาการชาติตะวันตกได้ทำการศึกษาวิจัยและพบว่าขวัญมีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน นักวิชาการไทย (ส่วนใหญ่?) มักนิยมศึกษาค้นคว้าตามอย่างที่นักวิชาการชาติตะวันตกทำ เพื่อที่จะหาข้อสรุปว่าสิ่งที่นักวิชาการชาติตะวันตกศึกษาค้นคว้านั้นมีความสอดคล้อง มีความเหมือน หรือมีความแตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือไม่? ความยินดีปรีดามักจะเกิดขึ้นหากพบว่าความรู้ที่ศึกษาวิจัยเพื่อนำไปสู่แนวทางในการประยุกต์ใช้ทั้งในระดับองค์กร หรือในระดับชาติมีความสอดคล้องกับที่นักวิชาการต่างชาติได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยไว้ จะมีนักวิชาการสักกี่คนที่ตั้งคำถามว่า บริบท (context) อาทิ บริบททางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง นิสัยใจคอ วิถีชีวิต ชาติพันธ์วรรณา ประวัติศาสตร์ที่มาอันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงที่ซับซ้อนและแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลานั้น จะไม่มีผลให้ความรู้หรือข้อค้นพบที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกับต่างประเทศมีความแตกต่างกันบ้างเชียวหรือ ?
ความเลวร้ายจะเกิดมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อนักวิชาการหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายใช้วิธีการอ่านหนังสือที่เขียนโดยนักวิชาการต่างประเทศและมโนเอาว่าความรู้ที่ได้จากการอ่านตำราต่างประเทศที่มากมายนั้นมีความเพียงพอแล้วต่อการนำมาใช้เป็นข้อเสนอในการปรับปรุงพัฒนาองค์กรและสังคมไทย !!
ตัวอย่างเช่น การศึกษาเรื่องขวัญดังที่ยกตัวอย่างมานั้น จะมีนักวิชาการไทยสักกี่คนที่ตั้งคำถามว่า “ขวัญ”ที่ใช้การทบทวนวรรณกรรมตามแบบอย่างนักวิชาการต่างชาตินั้นมีความเหมาะสมกับสังคมไทยอย่างไร ? จะมีนักวิชาการสักกี่คนที่ศึกษาขวัญกับประสิทธิภาพในการทำงานโดยคิดถึงที่มาของประวัติศาสตร์ไทย วิถีวัฒนธรรมไทยซึ่งได้แจกแจงแยกแยะเรื่องราวเกี่ยวกับขวัญไว้อย่างลึกซึ้งมากมายเหมาะสมกับบริบทสังคมวัฒนธรรมไทย เช่น พิธีรับขวัญที่ทำตั้งแต่เด็กแรกเกิด หรือเวลาที่รับน้องใหม่ก็จะทำพิธีรับขวัญเพื่อให้จิตใจไม่อ้างว้าง ว้าเหว่ จิตใจเกิดความผูกพันกับบุคคลที่อยู่แวดล้อมใหม่ สามารถก้าวเดินต่อไปด้วยจิตใจที่มั่นคงมากขึ้น ไม่รู้สึกแปลกแยกแตกต่าง
ส่วนพิธีเรียกขวัญนั้นคนไทยนิยมทำเวลาที่บุคคลได้ผ่านเรื่องเลวร้าย ดังนั้น พิธีเรียกขวัญจึงเป็นพิธีที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างกำลังใจในทำนองปลุกปลอบขวัญ ให้เกิดความฮึกเหิมที่จะสู้ชีวิตและกล้าเผชิญปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นต่อไปได้
แม้กระทั่งการจ่ายค่าทำขวัญก็เป็นพิธีกรรมที่ใช้สำหรับการชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
การทำขวัญนาคเป็นพิธีกรรมที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อให้ผู้ที่จะบวชเตรียมความพร้อมในการรับการฝึกฝนทางวินัยที่เข้มข้นแตกต่างจากที่เคยใช้ชีวิตผ่านมาในห้วงที่เป็นฆราวาส
ส่วนขวัญกระเจิงเป็นลักษณะของการตกใจที่จู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจเกิดขึ้น เรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงของบริบทที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตปกติ เช่น การเห็นเพื่อนร่วมงานโดนคำสั่งโยกย้ายด่วนจนทำให้เกิดความหวั่นไหวว่าจะได้รับคำสั่งเช่นเดียวกันหรือไม่ ?!! ถ้าจะไม่ให้กระเจิงก็คงจะต้องมีพิธีการมอบของขวัญให้แก่ผู้มีอำนาจ ซึ่งอาจจะได้รับของขวัญกลับโดยส่งคืนความมั่นคงในการทำงานซึ่งจะทำให้ไม่ต้องเสียเก้าอี้ เสียตำแหน่ง
ทำอย่างไรให้คนในองค์กรมีขวัญดีเพื่อที่จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานทั้งในส่วนของบุคคลนั้นและภาพรวมขององค์กรดีด้วย ?
“คนที่ไม่มีขวัญและกำลังใจในการทำงานจะไปดูแลปกป้องคนอื่นได้อย่างไร” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวในการสัมมนาซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยทั้งจากการศึกษาของนักวิชาการต่างชาติและนักวิชาการไทย (ที่มักนิยมทบทวนแนวคิดทฤษฎีจากต่างประเทศ)
ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปี แต่เรื่องขวัญในการทำงานก็ยังมักถูกหยิบยกนำมาใช้ในการพูดถึงเพื่อแสดงให้เห็นความจำเป็นที่ผู้บริหารหรือผู้นำทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือระดับชาติต้องให้ความสำคัญ หากต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขพอสมควรเท่าที่มนุษย์พึงมีในขณะที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างคุณค่าในการดำเนินชีวิตให้แก่ตนเอง
มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนมีคุณค่า !! มิใช่ ยิ่งทำงานไป ยิ่งรู้สึกว่าไร้ค่าไร้ความหมาย !!
โดยทั่วไปนั้น คนที่ทำงานโดยมีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้แก่ตนเองนั้นมักมองข้ามเรื่องค่าตอบแทน ผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ เสมอ รวมถึงความเหนื่อยยากทางกายด้วย
ลองกลับมาทบทวนตัวอย่างเรื่องราวเล็กๆ ที่ก่อผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ด้านขวัญและความรู้สึกของตำรวจไทย...ดิฉันยังไม่เคยเห็นตำรวจต่างประเทศวิ่งไล่จับชาวบ้านที่รวมกลุ่มเล่นการพนันเลย ทั้งในชีวิตจริงและในสารคดีภาพยนตร์ แต่ดิฉันคุ้นชินกับภาพยนตร์แนวขำขันที่ล้อเลียนวิถีความสัมพันธ์ระหว่างนักพนันกับตำรวจไทยที่มีการวิ่งไล่จับกันเป็นกิจวัตรประจำวันเสมอๆ และมีการแพร่หลายกันอย่างมาก ไมเราถึงไม่พบปรากฏการณ์ตำรวจต่างชาติวิ่งไล่กวดจับประชาชนที่ลักลอบเล่นการพนันกันบ้าง? แต่ทำไมในปัจจุบันเมื่อข้าราชการต่างหน่วยตรวจเจอและสามารถไล่กวดจับประชาชนที่ลักลอบเล่นการพนันเพียงไม่กี่คนได้นั้นจึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจไทยได้มากมายมหาศาลจนน่าใจหาย ?
การเล่นการพนันทุกรูปแบบในสังคมไทยสามารถกำจัดให้หมดไปได้จริงหรือ ? สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกำลังเพียงพอที่จะสอดส่อง ตรวจตรา เฝ้าระวังการเล่นการพนันได้อย่างเข้มข้นจริงหรือ ? ลองย้อนมองวิถีชีวิตและที่มาของข้าราชการ ครอบครัวของข้าราชการ และนักการเมืองไทยในแต่ละระดับโดยเฉพาะในชุมชนชนบทจะพบว่าการจับกลุ่มเล่นการพนันนั้นแผ่ซ่านอยู่ทุกหัวระแหง ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด
ถ้าเป็นเช่นนี้ หากพูดว่าทุกวินาทีที่หมั่นไส้ตำรวจขึ้นมาก็ย่อมมีเหตุที่ชอบธรรมในการย้ายตำรวจได้เสมอใช่หรือไม่ ? คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม...จะสร้างและธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายต่อคนอื่นและสังคมเป็นส่วนรวมได้อย่างไร?
นักวิชาการหรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิรูปตำรวจช่วยตอบให้หมดความคลางแคลงใจสักหน่อยได้ไหม ?!!!



