คอลัมนิสต์

พิสูจน์ตัวเอง

พิสูจน์ตัวเอง

16 ก.พ. 2558

พิสูจน์ตัวเอง : บทบรรณาธิการประจำวันที่16ก.พ.2558

              งวดเข้ามาเต็มทีกับคดีความเสียหายที่เกิดแก่รัฐในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอนพ้นจากเก้าอี้ ซึ่งแม้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรก็ตาม แต่ผลพวงของมติส่งผลให้ต้องเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ยิ่งไปกว่านั้นสังคมกำลังจับตาการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ เมื่ออัยการสูงสุดเตรียมส่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิยอมยับยั้งโครงการดังกล่าว ส่งผลให้สูญเสียงบประมาณประเทศชาติกว่า 6 แสนล้านบาท   

              นั่นก็ว่ากันไปตามกระบวนการของคดีอาญา ถูกผิดอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยที่จะนำมาสนับสนุนหรือหักล้างกัน ซึ่งท้ายสุดคำพิพากษาของศาลจะเป็นตัวชี้วัด ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เองก็ได้ลงนามและส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังดำเนินการตามมาตรา 73/1 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ บัญญัติเกี่ยวกับการยื่นฟ้องแพ่งเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เกี่ยวข้องกับความเสียหายที่ก่อขึ้น ได้ชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายกำหนด หลังจากที่ได้ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 21 ราย ว่ามีส่วนทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยจะมีการพ่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปด้วย 

              การเมืองไทยกำลังจะถึงจุดเดือด ปรอทการเมืองพุ่งปรี๊ดทะลุไปยังความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กองเชียร์ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นการต้อนตือซีกตรงกันข้ามเข้ามุมแบบไม่มีทางสู้หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ให้ผุดให้เกิดกันเลย แต่หากมองย้อนกลับไปโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ดนี้หลายฝ่ายได้ออกมากล่าวเตือนรัฐบาลถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ ซึ่งแม้แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็บอกว่าเคยคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์นานแล้ว ตั้งแต่เป็นข้าราชการก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วันที่ 22 พฤษภาคม 2557  ถึงปัญหาที่จะตามมา "ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะว่าท่านตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นมีหลักฐานสู้ได้ทุกอย่างค่ะ ผมก็แล้วแต่ท่าน ท่านบอกว่าท่านรับได้ ท่านแก้ปัญหาเอง" 

              นับเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ของผู้นำที่ต้องประจักษ์ถึงการใช้อำนาจซึ่งจะต้องเป็นไปอย่างชอบธรรม มีธรรมาภิบาล และตรวจสอบได้ เพราะเกี่ยวเนื่องไปถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีตอบข้อสงสัยของสังคมต่อโครงการรับจำนำข้าวนี้อย่างมั่นเหมาะ และมั่นใจในพยานหลักฐานของตนเองในระหว่างทำหน้าที่ผู้บริหารประเทศ จึงนับเป็นความชอบธรรมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้าชี้แจงแสดงเหตุผลต่อศาลฎีกาฯ ในฐานะจำเลย เห็นได้ว่าเรื่องนี้มิใช่การไล่ล่าทางการเมืองแต่อย่างใด นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองแล้วยังจะสร้างบรรทัดฐานสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะยืนหยัดต่อความรับผิดชอบในหน้าที่ เคารพกติกาของบ้านเมือง ไม่ได้แสวงหาอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง