
ก.ม.ประกันสังคมฉบับใหม่ปฏิรูปสิทธิผู้ประกันตน?
ก.ม.ประกันสังคมฉบับใหม่ปฏิรูปสิทธิผู้ประกันตน? : กระดานความคิด โดยวนาลี จันทร์อร่าม
ถึงนาทีนี้ อาจกล่าวได้ว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี น่าจะใกล้ “งวด” แล้วทุกขณะ เหลือเพียงไม่กี่ประเด็นที่ยังต้องพิจารณาร่วมกัน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ผู้ประกันตนทั้งหลายคงจะได้ใช้ พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่เร็วๆ นี้
สำหรับเจตนารมณ์ในการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมของรัฐบาลนั้น นายนพดล กรรณิกา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เคยกล่าวในทุกๆ เวทีว่า เป็นความพยายามที่จะสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกๆ ด้าน ทุกๆ ภาคส่วน ทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกันต้องปฏิรูปเพื่อให้โปร่งใสตรวจสอบได้
สิ่งที่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล คสช. ต่อระบบประกันสังคม โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ก็เพราะอยากเห็นการบริหารเพื่อการลงทุน บริหารความเสี่ยงโดยมืออาชีพที่ได้มาตรฐานสากล ขณะเดียวกันต้องสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ประกันตนทุกคน นอกจากนี้ยังอยากเห็นประกันสังคมเป็นองค์กรเปิด สาธารณชนตรวจสอบได้ และปลอดจากกลุ่มผลประโยชน์
อย่างไรก็ตาม การจะให้เป็นไปตามธงที่ตั้งไว้หรือไม่นั้น ยังเป็นคำถาม เพราะช่วงสองสัปดาห์ก่อน องค์กรผู้ประกันตนหลายองค์กรออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนิยามของคำว่า “ว่างงาน” ที่กฎหมายใหม่ไม่นับรวมเหตุของการว่างงานอันเนื่องมาจาก “ลาออก” เข้าไปด้วย เพราะเห็นว่าเป็นการรอนสิทธิของผู้ประกันตน จึงเรียกร้องให้กลับไปใช้นิยามเดิมตาม พ.ร.บ.ประกันสังคมปี 2533
“ทุกวันนี้กองทุนการว่างงานก็ยังมีสภาพคล่องสูงอยู่ อย่างปี 2557 ที่ผ่านมา มีการจ่ายชดเชยให้ผู้ประกันตนที่ลาออกเป็นจำนวนเงิน 72 ล้านบาท เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก” นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ให้เหตุผลอีกข้อหนึ่ง
กระนั้น นายมนัส เชื่อว่า พ.ร.บ.ประกันสังคมที่จะแก้ไขใหม่นี้ ยังถือว่าเป็น “คุณ” กับผู้ประกันตนค่อนข้างมาก เพราะมีการแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ประกันตนมากถึง 17 ข้อ รวมทั้งหมด 45 มาตราด้วยกัน
เริ่มตั้งแต่โครงสร้างการบริหารจัดการกองทุน ตามกฎหมายประกันสังคมแก้ไขใหม่ จะเพิ่มคณะกรรมการตรวจสอบเข้ามาอีกคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารกองทุนให้เกิดความโปร่งใส ขณะเดียวกันคณะกรรมการประกันสังคมจะมีผู้แทนที่มาจากฝ่ายลูกจ้างกับฝ่ายนายจ้าง และให้มาจากการเลือกตั้ง โดยให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของผู้แทนทั้ง 2 กลุ่มร่วมด้วย
ส่วนกรรมการอีกชุมหนึ่งที่เรียกว่า “คณะกรรมการการแพทย์” ก่อนนี้มีปัญหาโดยตลอด เพราะกรรมการชุดนี้ทุกคนเป็นแพทย์ทั้งหมด จึงเกิดข้อครหาว่า เอื้อประโยชน์ให้แก่สถานพยาบาล จึงมีการแก้ไขใหม่ให้มีผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนฝ่ายละหนึ่งคนรวมอยู่ด้วย
เรื่องเงินสมทบ กฎหมายใหม่จะให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน (มาตรา 40) ส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับเพิ่มขึ้นเห็นๆ คือ ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงานมาตรา 63 โดยเพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค, ค่าบำบัดทางการแพทย์และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ, ค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ และค่าบริการอื่นที่จำเป็น
ผู้ประกันตนยังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตรสำหรับตนเองหรือภรรยาต่อเมื่อภายในระยะเวลาสิบห้าเดือนก่อนรับบริการทางการแพทย์ ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าเดือน และคลอดบุตรไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ของเดิมไม่เกินสองครั้ง) รวมทั้งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรเดิมจำนวน 2 คน เพิ่มเป็น 3 คนด้วย
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ระบบประกันสังคมของไทยควรได้รับการปฏิรูปให้เป็นระบบหลักประกันสังคม เพื่อคุ้มครองและเป็นหลักประกันทางสังคมให้แก่คนทำงานที่มีรายได้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 41.1 ล้านคน แรงงานในระบบทำงานตามสถานประกอบการ 11 ล้านคน แรงงานนอกระบบประกอบอาชีพอิสระจำนวน 25.1 ล้านคน แรงงานต่างด้าวหรือข้ามชาติประมาณ 4 ล้านคน
อีกไม่นานเกินรอ



