
เลือกตั้ง-ภารกิจคนไทยด้วยกัน
เลือกตั้ง-ภารกิจคนไทยด้วยกัน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558
ถ้าหากมองในแง่ยุทธศาสตร์ทางการเมือง ดังเช่นที่บางฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามันควรจะเป็นไป ปฏิกิริยาที่เรียกกันว่า "โลกล้อมไทย" ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างต่อเนื่อง และกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ด้วยแรงกดดันอันมีต่อรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างเช่นท่าทีของสหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้ส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทยเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้งถึงในบ้าน ล่าสุด นายแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้กล่าวสนับสนุนคำพูดของผู้ช่วยรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ถูกประท้วงไปแล้วก่อนหน้านั้น ว่า สหรัฐคาดหวังให้ไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทั้งสองประเทศได้กลับมามีความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ในวันเดียวกันนั้น นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างแถลงข่าว ภายหลังลงบันทึกความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งอยู่ระห่างเยือนญี่ปุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาลญี่ปุ่น โดยเขาเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นคาดหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นความปรองดองในประเทศไทย และการกลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยรัฐบาลพลเรือนเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยก็ยืนยันเหมือนทุกครั้งที่นานาชาติแสดงความกังวล โดยบอกว่า ประเทศไทยจะเร่งมุ่งสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีแผนจะจัดการเลือกตั้งภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปีหน้า รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสั้นๆ ที่มีความสำคัญต่ออนาคตของคนไทยทุกคน ขอให้สัญญาว่า ไทยจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วปฏิกิริยาโลกล้อมไทย ทำให้แลเห็นว่า ในทุกย่างก้าวของรัฐบาลทหารกำลังถูกจ้องจับอย่างไม่วางตา และแม้ว่าปฏิกิริยานั้นจะมีวาระซ่อนเร้นว่าด้วยการเมืองและผลประโยชน์จากชาติมหาอำนาจแอบแฝงอยู่ด้วย หากแต่ในความเป็นไปของสังคมโลกที่เราเองก็ไม่อาจจะปฏิเสธความห่วงใยนั้นได้โดยสิ้นเชิง เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในทุกวันนี้ต้องพึ่งพิงการค้า การลงทุน การส่งออกในโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยพลังแห่งอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงชอบแล้วที่นายกรัฐมนตรีของไทยพึงแสดงท่าทีในระดับนานาชาติ ที่ว่าประเทศไทยจะเร่งมุ่งหน้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญ และจัดการเลือกตั้งขึ้นโดยเร็วเพื่อกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย
แต่สำหรับภารกิจภายในประเทศ อันว่าด้วยการปฏิรูป การร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากรัฐบาลจะต้องดำเนินการทุกทางให้เป็นไปตามสัญญา หากแต่เป็นคำมั่นสัญญาที่นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.และคณะนายทหาร ให้ไว้กับคนไทยทั้งประเทศไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาจากนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาลและคณะผู้บริหารจากทหารก็ได้แสดงอาการไม่พอใจถึงขั้นต้องเรียกอุปทูตไปทำความเข้าใจมาแล้ว ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการตอกย้ำถึง "กิจการภายใน" วาระต่อจากนี้ ถ้าหากทุกฝ่ายในความขัดแย้งจับกระแสได้ถึงการ "แทรกแซง" แล้ว ย่อมจำเป็นอยู่เองที่จะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน และจัดการเลือกตั้งให้ได้โดยเร็ว เพราะถ้าหากยังมีความปั่นป่วนวุ่นวาย เคยทะเลาะกันอย่างไรก่อนการรัฐประหาร ก็ยังประพฤติกันอยู่อย่างนั้น ซ้ำร้ายบางฝ่ายยังออกมาไชโยโห่ร้องยินดีกับ "โลกล้อมไทย" อยู่เช่นนี้ อนาคตของชาติก็จะยิ่งมืดมนอนธการ



