คอลัมนิสต์

สบายใจได้..เมื่อนักศึกษายัง‘ล้อการเมือง’

สบายใจได้..เมื่อนักศึกษายัง‘ล้อการเมือง’

11 ก.พ. 2558

สบายใจได้..เมื่อนักศึกษายัง‘ล้อการเมือง’ : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

            ปรากฏการณ์ขบวนพาเหรดล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในงานฟุตบอลประเพณี "จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์" ครั้งที่ 70 ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นสภาวะสังคมไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้บางอย่าง

            หากมองแบบไม่คิดอะไรมากนี่ก็อาจจะเป็นเพียงอีกหนึ่งการแสดงออกของนักศึกษาเช่นเดียวกับอดีตที่ผ่านๆ มา ที่พวกเขามักเป็นพลังในการสะท้อนความเห็นต่างๆ เช่นเดียวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทั้งปิดประตูสนาม หรือการสวมเสื้อเชียร์ของสถาบันแฝงเข้ามาและออกปฏิบัติการเก็บป้ายผ้าเมื่อนักศึกษาแสดงสัญลักษณ์ ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำของผู้ที่อ่อนไหวต่อความเห็นต่างทางการเมือง

            แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนี้กำลังบ่งบอกได้ถึงอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในสังคม เช่นความเห็นจากกลุ่มนักศึกษายังมีอยู่มิได้ยอมรับศิโรราบกับอำนาจปัจจุบัน และยิ่งเมื่อถูกกดทับมากเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งใช้วิธีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในความพยายามที่จะแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของพวกเขา เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ "ลับ ลวง พราง" ในการทำหุ่น ป้าย โดยปกปิดรูปแบบที่แท้จริงเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะมาเปิดเผยตัวตนจริงในสนาม

            สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มิใช่เป็นเพียงในสนามศุภชลาศัยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเท่านั้น หากแต่เรื่องเช่นว่าเกิดขึ้นในหลายๆ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การแสดงออกของนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับการปกครองในปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปในสถาบันการศึกษา ที่สำคัญคือพวกเขาไม่แสดงออกแบบโต้งๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตามากนัก แต่ใช้การแสดงออกในเชิงศิลปะการแสดงหรือการละเล่นให้เป็นตัวพูดแทน การแสดงที่ว่ามีดีกรีตั้งแต่อ่อนไปหาแก่ ตั้งแต่เหน็บแนม ตำหนิ หรือแปรเปลี่ยนไปเป็นการล้อเลียนอย่างตลกขบขัน

            ที่สำคัญคือโลกสมัยใหม่ไม่จำกัดการกระทำของพวกเขาให้รับรู้กันในโลกของสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ยังแพร่สู้โลกภายนอกผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ แค่เปิดยูทูบเราก็จะเห็นกิจกรรมเหล่านี้เต็มไปหมด???

            อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้ปกครองปัจจุบันคงสบายใจได้ เพราะการที่พวกเขายังเลือกใช้วิธีแบบนี้ย่อมหมายความว่า การต่อต้านอย่างรุนแรงจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ เพราะวิธีการระบายซึ่งความอัดอั้นตันใจแบบนี้เปรียบเทียบได้กับน้ำเดือดที่หารูระบายไอน้ำออก ตราบใดที่แรงอัด หรือการปิดกั้นไม่มีมากไปกว่านี้ก็ยังจะไม่ระเบิดออกมา

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่แสดงออกนี้ใช่ว่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และต่างคนต่างรอวันที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่ง ณ จุดนั้นเองจะเป็นตัวชี้วัดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หากทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ ไม่มีการยื้อทุกอย่างก็จะอยู่ในสภาพที่สงบเช่นนี้ไปเรื่อย คสช.เองก็ย่อมรู้เรื่องนี้จากสภาพที่ผ่านๆ มา

            ดังนั้น สิ่งที่แสดงออกมาจากผู้ที่มีอำนาจจึงเป็นไปในลักษณะค่อนข้างเรียบเฉย พร้อมทั้งบอกว่าอยากให้เรื่องนี้จบลง คล้ายกับอยากให้มองเป็นเพียงลมที่พัดผ่านมาวูบหนึ่งเท่านั้น เพราะหากไปกระทำอะไรที่เกินเหตุหรือแสดงออกมากเกินไปก็จะเป็นเหมือนการปิดรูระบายอากาศ ซึ่งไม่เป็นผลดีเลยแม้แต่น้อยและรังแต่จะทำให้แรงกดดันเพิ่มมากขึ้นและจะระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้

            อีกปฏิกิริยาที่น่าสนใจไม่แพ้กันจากกลุ่ม "ฮาร์ดคอร์" ที่สนับสนุนรัฐบาลกลับบริภาษการกระทำของนักศึกษาอย่างเผ็ดร้อน พร้อมด้วยการแสดงวาทกรรมที่บ่งชัดถึงความเกลียดชัง บางคนถึงขนาดแสดงธาตุแท้ว่าอยากใช้ความรุนแรงกับคนเห็นต่าง โดยเปรียบเทียบย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เป็นรอยแผลเป็นในสังคมไทยอย่างเหตุการณ์ "ตุลา 19"

            คนที่รัฐน่าจะจับตาอย่างใกล้ชิดคือคนกลุ่มนี้มากกว่า !!!