คอลัมนิสต์

สัมพันธ์ยุทธศาสตร์ใหม่ไทย-จีน

สัมพันธ์ยุทธศาสตร์ใหม่ไทย-จีน

10 ก.พ. 2558

สัมพันธ์ยุทธศาสตร์ใหม่ไทย-จีน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

               รัฐบาลจีนส่งรัฐมนตรีกลาโหม จัง หวันเชียน และ เจียง จิงจู ทูตพิเศษประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาไทยอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อจะตอกย้ำถึงความสำคัญของมิตรภาพไทย-จีนในทุกมิติ โดยเฉพาะในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง จีนสัญญาไม่ว่าไทยจะเผชิญกับปัญหาอะไร จีนจะอยู่เคียงข้างเสมอไป

               รัฐบาลจีนให้ความสำคัญไทยไม่ใช่แต่ประเด็นเศรษฐกิจแต่ทางด้านยุทธศาสตร์ด้วย เห็นได้ชัดว่า จีนไม่เคยแตะเหตุการณ์การมืองไทยหรือวิพากษ์วิจารณ์หลังการยึดอำนาจในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีการเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎอัยการศึกและจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด แล้วยังต้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้ามามีส่วนร่วม

               เมื่อเป็นเช่นนั้น โอกาสที่พันธมิตรอย่างไทยจะร่วมมือกันจริงจังกับสหรัฐอเมริกาอีกครั้งจึงเป็นเรื่องยาก รัฐบาลอเมริกาต้องทำตามกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติหลังการปฏิวัติในรัฐบาลต่างประเทศ คือต้องเลิกให้ความช่วยเหลือทางทหารทันที แต่ยังพออนุญาตให้เงินทุนช่วยเหลือทางด้านมนุษยชนและนิติรัฐและสัมมนาเกี่ยวกับกฎหมายหรือมาตรการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

               ขณะนี้จีนมีนโยบายเชิงรุกทางด้านยุทธศาสตร์แบบบูรณาการระยะยาวเป็นครั้งแรกต่อประเทศด้อยพัฒนา ทำให้จีนเห็นถึงความสำคัญของไทยในหมู่สมาชิกอาเซียนและเพื่อนบ้านในภูมิภาค ไทยมีที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นแผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์ สามารถสร้างเครือข่ายกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค นอกจากนั้น ไทยมียังมีศักดิ์ศรีเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา จึงเป็นธรรมดาที่ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต้องให้ความสนใจ

               ในบรรดาประเทศพันธมิตรทั้งหลาย เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ ต่างได้ใช้ประโยชน์จาการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ ส่วนไทยเรายังไม่มีการปรับนโยบายยุทธศาสตร์แต่อย่างไร หลังการยึดอำนาจพฤษภาคมปีที่แล้ว ผู้นำทหารต้องสนใจเรื่องการเมืองและปฏิรูปมากขึ้น จึงยังไม่ได้ตอบสนองนโยบายของสหรัฐอเมริกา

               แต่สำหรับจีน สัมพันธ์ทางความมั่นคงกับไทยทำได้ทันที ไม่ต้องรอใคร ทั้งรัฐมนตรีหวังและทูตพิเศษเจียงมาไทยครั้งนี้ เพื่อยืนยันความจริงใจที่จะพัฒนามิตรภาพจีน-ไทยให้ก้าวไกลกว่านี้ ตอนนี้ทั้งสองประเทศมีการวางแผนการฝึกร่วมหลายรายการ มีทั้งฝึกเล็กฝึกใหญ่ เพื่อนำไปสู่การฝึกร่วมใหญ่ในอนาคตที่มีสามเหล่าทัพมาเป็นสปอนเซอร์

               ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ไทย-จีน คือกองทัพเรือไทยต้องการสั่งซื้อเรือดำน้ำสองลำจากจีน ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีข้อเสนอแบบนี้ ที่ผ่านมา ทางกองทัพเรือไทยได้ให้ความสนใจในเรือดำน้ำที่ทำจากเยอรมนีและเกาหลีใต้ จึงไม่แปลกใจที่ฝ่ายจีนจะเอาใจมากเป็นพิเศษ

               การเดินทางมาของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประจวบเหมาะกับการฝึกร่วม "คอบร้าโกลด์" ที่กำลังดำเนินการอยู่จนถึงวันที่ 20 การฝึก "คอบร้า โกลด์" ถือเป็นการฝึกร่วมทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังมีข่าวว่าจะยกเลิก เพราะเรื่องยึดอำนาจแต่สหรัฐอเมริกาเล็งเห็นความสำคัญของการฝึกร่วมที่มีมานานถึง 34 ปี ตั้งแต่ไทยกับสหรัฐอเมริกาเห็นพ้องต้องกันว่าภัยคอมมิวนิสต์เป็นภัยรุกรานใหญ่ในประเทศไทยและภูมิภาค ต่อมามีการวิวัฒนาการของการฝึกร่วมจนกลายมาเป็นฝึกร่วมช่วยเหลือมนุษยธรรมและผู้ประสบภัยพิบัติ มีจำนวนทหารจากยี่สิบกว่าประเทศ มีทหารเข้าร่วมเกือบหนึ่งหมื่นคน

               อย่างไรก็ดี ไทยพยายามสร้างบรรยากาศในพื้นที่ให้ดี เพื่อเสริมความมั่นใจในตัวผู้นำจีน ตามแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลของจีน จึงไม่น่าแปลกใจคือ กองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือจีนมีความสัมพันธ์อันแนบแน่น ในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายมีการฝึกแต่เป็นแบบเล็กไม่ต่อเนื่อง ในอนาคตสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ไทย-จีนจะเป็นระบบมากขึ้น

               ไทยอยู่ในฐานะได้เปรียบในการวางนโยบายทั้งการทูตการทหารใหม่ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ จะทำเช่นนั้นได้ ผู้นำไทยต้องมีวิสัยทัศน์และเข้าใจสภาพสิ่งแวดล้อม