
ผู้ว่าฯอ่างทองเร่งขันนอตสกัดยาเสพติด
ผู้ว่าฯอ่างทองเร่งขันนอตสกัดยาเสพติด : สายตรวจระวังภัย โดยสุรศักดิ์ หริ่มสืบ
ยาเสพติดเป็นปัญหาระดับโลก ที่ทุกประเทศกำลังเร่งดำเนินการป้องกันแก้ไข โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น ทุกภาคส่วนต่างเร่งดำเนินนโยบายในการขจัดและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดกันอย่างตื่นตัว ดังนั้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลต้องประกาศให้ยาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วนปัญหาหนึ่ง ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยมีการกำหนดแผนปฏิบัติการ เพื่อเอาชนะยาเสพติดรวมพลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนรวมทั้งประชาชนเข้ามามีบทบาทเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยกำหนดให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา
จากข้อเท็จจริงปัญหายาเสพติดที่เกิด ส่วนใหญ่ผู้ที่จะเริ่มเข้ามาใช้ยาเสพติดก็จะอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโดยรวมจะเห็นได้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ยาเสพติดทุกชนิดจะเริ่มใช้ในช่วงเด็ก หรือเยาวชนแทบทั้งสิ้น และมีแนวโน้มอายุที่จะเริ่มใช้ยาเสพติดลดลงไปโดยตลอด ในด้านพฤติกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ผ่านมาเด็กและเยาวชนจะมีพฤติกรรมในการเสพเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันพบว่า ในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ใช้ยาเสพติด ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการค้าด้วย จากเหตุผลหลายประการ ได้แก่ เพื่อให้สามารถมียาเสพติดไว้เสพ การหาเงินเพื่อไปเที่ยวตามสถานเริงรมย์ รวมทั้งใช้จ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือยเพื่อสนองความต้องการของตนเอง
จากปัญหาดังกล่าวทำให้ทุกจังหวัด ต้องตื่นตัวเร่งป้องกันเยาวชนที่จะเดินไปสู้ขุมนรก ดังนั้น นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดอ่างทอง (ศอ.ปส.จ.อท.) จึงต้องเรียกประชุมทุกภาคส่วน เพื่อเร่งปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ที่กำลังระบาดเข้าสู่เยาวชนและในสถานศึกษา พร้อมตระหนักถึงแนวโน้มถึงเส้นทางผ่านของยาเสพติด ที่ใช้ จ.อ่างทอง เป็นจุดพักยาเสพติด ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ จึงได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมกันจัดระเบียบสังคม ปิดล้อมตรวจค้น และตั้งด่านตรวจปัสสาวะ โดยใช้ระบบคัดกรอง เพื่อนำเยาวชนที่ติดยาเสพติดเข้าค่ายบำบัดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยในปี 2557 ที่ผ่านมา มีเยาวชนและผู้เสพยาเสพติด ถูกส่งเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้ว 707 คน และในปี 2558 จะมีเยาวชนและผู้เสพยาเสพติดเข้าข่าย ต้องเข้าค่ายบำบัดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 951 คน
นายปวิณ กล่าวด้วยว่า นอกจากการปิดล้อมตรวจค้น และเข้าจับกุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้ว ตนยังให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักด้วยว่า ผู้ที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ไม่ได้เป็นผู้ขายหรือผู้ค้า เป็นเพียงผู้เสพ และอยากจะเลิกยา สามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ โดยจังหวัดจะถือว่าท่านเป็นผู้ป่วย ที่จะต้องได้รับการบำบัด เพื่อจะได้ถูกนำตัวไปรักษาได้ถูกต้อง นอกจากนี้ยังจะมีการส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้เสพที่ได้รับการบำบัด โดย จ.อ่างทอง ก็จะมีเงินทุนในการประกอบอาชีพให้อีกด้วย



