
ขันติ
ขันติ : แทนมนุษย์สองหน้า โดยศรายุทธ สายคำมี
พูดถึงวันเข้าพรรษาแล้ว ในระยะหลังนี้ บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลายคงจะทำใจกันแล้วว่า นับวันผู้คนที่มาร่วมมาให้ความสำคัญแก่เทศกาลวันเข้าพรรษาจะลดน้อยลง
อาจจะแข็งแรงอยู่ก็ที่ภาคอีสาน มีเทศกาลแห่เทียนจำนำพรรษา แต่ในระยะหลังนี้ก็เห็นคุณค่าของเทียนจำนำพรรษาในแง่มุมของศิลปะ และการเสียดสีทางการเมือง มากกว่าจะทำหน้าที่ให้แสงสว่างแก่ภิกษุสงฆ์ ได้ศึกษาร่ำเรียนพระไตรปิฎก ก็อาจจะเป็นเพราะว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป ไฟฟ้าส่องสว่างเข้ามาแทนที่แสงเทียนที่ระยะหลังยังมีการศึกษาอีกว่า แสงสว่างที่ไม่เพียงพอจะเป็นอันตรายต่อประสาทตา เดือดร้อนญาติโยมต้องไปหาแว่นตามาถวายกันอีก
แต่ยุคไฟฟ้าส่องสว่างก็ไม่ได้ทำให้สถิติการร่ำเรียนพระไตรปิฎก จนแตกฉานเข้าถึงหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน มีจำนวนที่สูงมากขึ้นจนเห็นได้ชัด ตรงกันข้ามเรากลับเห็นคดีความฉาวโฉ่ของพระในที่ต่างๆ มากขึ้น เหมือนกับว่า เรียนมากรู้มาก เห็นช่องทางมาก บางรายถึงขั้นบอกว่า ถ้าไม่ตั้งใจทำให้น้ำอสุจิเคลื่อนก็ไม่ถึงว่า ต้องอาบัติปาราชิก ไม่ถือว่า ขาดจากความเป็นสงฆ์
ที่เป็นปัญหามากก็คือ เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่มักจะแยกกันไม่ออกว่า เป็นเงินของวัด หรือเงินส่วนตัว ทั้งที่หลักพุทธศาสนานั้นให้ลดละเลิกว่านั่นเป็นของตัว แต่ก็เห็นบางราย มรณภาพ เปิดกุฏิ เจอเงินสดเป็นล้านๆ ก็มี
บางรายจ่ายเงินจนหาที่มาที่ไปไม่ได้ว่า ใช้จ่ายอะไรบ้าง ทั้งที่เงินนั้น เป็นเงินของแผ่นดินก็มี
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่นำมาซึ่งความเสื่อมของศาสนา
เพราะระบบการตรวจสอบเรื่องราวที่เกี่ยวกับวงการสงฆ์นั้น เหมือนกับว่า มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ เพราะถือกันว่า นั่นคือทางธรรม ขณะที่ระบบการตรวจสอบนั้น อยู่ "ทางโลก" กฎเกณฑ์การตรวจสอบจึงแตกต่างกัน
ทั้งที่ความจริงแล้ว ในทางธรรมนั้น หากใฝ่ในธรรมอย่างจริงแท้ก็ย่อมรู้แก่ตนว่า สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดควร ไม่ควร
รวมทั้งในเรื่องการเข้าใจไปว่า นั่นคือการเผยแผ่ธรรมะ แต่ไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น นั่นก็เป็นเรื่องที่ย่อมรู้ ย่อมเข้าใจได้ โดยที่ไม่ต้องรอให้มีผู้มาร้องทุกข์
ดังที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดให้ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันเข้าพรรษาให้ภิกษุสงฆ์ จำพรรษา คำว่า "พรรษา" คือ "ฤดูฝน" คำว่า "จำ" คือ "พักอยู่" โดยให้จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน กล่าวคือ สิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เพราะช่วงที่ว่านั้นเป็นช่วงเพาะปลูกของชาวบ้าน จึงเกรงว่าภิกษุสงฆ์จะเดินไปเหยียบย่ำจนเสียหาย
แต่ก็ไม่แปลกที่วันเข้าพรรษาในมุมมองของคนทั่วไปจะเน้นไปที่เรื่องประกวดความสวยงาน การแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์สะท้อนภาพของสังคมในขณะนั้นผ่านเทียนเข้าพรรษา นั่นอาจเป็นเพราะท้องไร่ท้องนาในวันนี้ มีถนนหนทางกางกั้นเอาไว้ชัดเจน ความใส่ใจในกรณีที่ภิกษุสงฆ์จะพักอยู่วัดในช่วงฤดูฝนจึงน้อยลง
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การที่ไม่ไปเหยียบย่ำพืชพรรณที่ชาวบ้านเขาปลูกเอาไว้ในช่วงเข้าพรรษา ก็คือการปฏิบัติชอบแล้ว
เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การเพาะปลูกไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่ชาวบ้านยึดไว้เป็นหนทางยังชีพ การกระทำใดๆ ในรูปแบบอื่น แม้จะอ้างว่า เพื่อเผยแผ่ศาสนา แต่หากไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนคนทั่วไป ถึงไม่มีในพุทธบัญญัติ แต่ก็พึงตระหนักได้ด้วยตนเอง
ผู้เห็นธรรม จะเผยแผ่ธรรมะ ไม่ควรเรียกร้องให้ชาวบ้านเขาอดทน ถึงจะปีละหนก็ตามที เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่วิธีทดสอบ "ขันติ" ของพุทธศาสนิกชน



