คอลัมนิสต์

ระเบิดตูมนี้...สร้างปัญหาในอนาคต

ระเบิดตูมนี้...สร้างปัญหาในอนาคต

04 ก.พ. 2558

ระเบิดตูมนี้...สร้างปัญหาในอนาคต : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

              เหตุการณ์ระเบิดที่ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า ด้านหน้าห้างสยามพารากอน แหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์หลายๆอย่างแย่ลงไป โดยเฉพาะการบริหารงานของรัฐบาลที่ลำบากยิ่งขึ้น จริงอยู่ที่ทำให้มีเหตุผลในการคง "กฎอัยการศึก" เอาไว้ แต่เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าจะยากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นปัญหาต่อประเทศและรัฐบาล

              นาทีนี้คงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าใครเป็นคนทำ เพราะเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน นอกจากนี้หากมองถึงแรงจูงใจในการกระทำแล้วกลุ่มต่างๆ ก็มีแรงจูงใจที่ต่างๆ กัน สมมุติฐานแต่ละด้านล้วนแล้วแต่สมเหตุสมผล แต่เท่าที่จากหลักฐานเบื้องต้นที่ปรากฏเชื่อได้ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง แต่ฝั่งใด หรือใครกระทำนั้นยากที่จะฟันธง

              คำถามคือต่อจากนี้จะสร้างความยากลำบากอย่างไรได้บ้าง ประการแรกเลยคือ คสช.จะถูกตั้งคำถามมากยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขายังเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมจากกองเชียร์จนถึงวันนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของประเทศให้อยู่ในความสงบ

              ที่ผ่านมาประเทศเราอยู่ด้วยสภาวการณ์ความเสี่ยงต่อความไม่สงบเป็นอย่างสูง ทั้งจากการชุมนุมและการใช้ความรุนแรงซึ่งสืบเนื่องจากการชุมนุม การใช้อาวุธสงครามเกิดขึ้นชนิดรายวัน

              ยิ่งเมื่อเทียบกับหลังรัฐประหารปี 2549 ความแตกต่างมีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะครั้งนั้นหลังรัฐประหารเพียงสามเดือนก็เกิดความวุ่นวาย โดยเกิดเหตุระเบิดช่วงรอยต่อปีใหม่ 2549-2550

              แต่ครั้งนี้ผ่านมา 8 เดือนสถานการณ์อยู่ด้วยความสงบมาตลอด จนกระทั่งคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง ทำให้หลายคนกลัวว่านี่จะเป็นปฐมบทแห่งความวุ่นวายรอบใหม่หรือไม่ และแน่นอนว่านั่นย่อมท้าทายความสามารถในการรักษาความสงบของ คสช. เป็นอย่างยิ่งว่าจะทำต่อไปได้หรือไม่

              หากเชื่อทฤษฎี "ดื้อยา" ที่หลายฝ่ายเสนอเราอาจจะเห็น คสช.ใช้ยาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีมากนัก

              นอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องความเชื่อมั่นจากต่างชาติ หรือนักลงทุนแล้วจะพบว่าระเบิดครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างสูง เพราะเป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้สงบจริงอย่างที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงใจกลางย่านธุรกิจ แน่นอนว่าอย่างน้อยจะทำให้การลงทุนหยุดชะงักไป รวมไปถึงการท่องเที่ยวซึ่งมีบางประเทศได้ออกประกาศเตือนบ้างแล้ว รวมถึงบางประเทศแม้ไม่มีประกาศเตือนแต่ประชาชนของเขามักอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ ผลที่เกิดขึ้นจึงน่าจะทำให้เศรษฐกิจที่มีปัญหาอยู่แล้วยิ่งหนักขึ้นไปกว่าเดิม

              ส่วนประเทศประชาธิปไตยที่เพ่งสายตามองมาที่เราอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ก็จะยิ่งไม่เป็นมิตรมากขึ้น พร้อมด้วยคำซ้ำเติมที่ว่า ขนาดประกาศใช้กฎอัยการศึกยังเกิดเหตุเช่นนี้

              และแน่นอนว่าหากคุมสถานการณ์ไม่อยู่ คสช.ก็จะเริ่มเข้าสู่สภาวะยากลำบาก เพราะเท่ากับสิ่งที่เคยค้ำจุนอยู่ได้พังทลายลง เสียงสนับสนุนก็จะค่อยจางลง

              ดังนั้น เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาที่รออยู่ในอนาคตคือหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วและพยานหลักฐานต้องเพียงพอว่าเป็นการจับกุมผู้กระทำการตัวจริง เบื้องต้นเพื่อเป็นการตัดข้อครหาเรื่องการสร้างสถานการณ์ให้หมดสิ้น

              นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกรณีหลงหูหลงตาเท่านั้น มิใช่เรื่องที่พร้อมจะเกิดขึ้นในโอกาสต่อไป เพื่อเร่งเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมามากที่สุด แม้จะได้ไม่หมดแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้อึมครึมและทรุดลงเรื่อยๆ

              ระเบิดลูกนี้มีความหมายมากกว่าเสียงหรือแรงระเบิดมากนัก ส่วนจะสมหวังคนทำหรือไม่ต้องดูหลังจากนี้