คอลัมนิสต์

ท้าทายรัฐบาลทหาร

ท้าทายรัฐบาลทหาร

04 ก.พ. 2558

ท้าทายรัฐบาลทหาร : บทบรรณาธิการประจำวันที่04ก.พ.2558

             ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการลอบวางระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน 2 จุด เป็นการท้าทายรัฐบาลชนิดที่เรียกว่า ตบหน้ากันเลย เพราะหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้บัญชาการทหารบก เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และขึ้นนั่งบริหารประเทศในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองก็สงบมาโดยตลอด เหตุลอบวางระเบิดหรือชุมนุมทางการเมืองยุติโดยสิ้นเชิงท่ามกลางกฎอัยการศึกที่ประกาศใช้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเปิดทางให้ทหารใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการจับกุมคุมขังหรือการเรียกใครต่อใครมาปรับทัศนคติ ก็ล้วนอยู่ในวิสัยที่ทำได้ การลอบวางระเบิดครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนบททดสอบความแข็งแกร่งของรัฐบาล ความเอาจริงเอาจังต่อการละเมิดกฎหมายบ้านเมืองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สิ่งสำคัญคือ ต้องกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังมาให้ได้

              ที่ผ่านมาการใช้อาวุธสงครามในการชุมนุมทางการเมือง สร้างสถานการณ์โดยใช้ความรุนแรงนั้น การจับกุมมีน้อยมากหรือจับได้ก็เพียงแค่ลิ่วล้อ ไม่เคยสาวถึงตัวใหญ่หรือคนบงการได้เลย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็มีปัญหาภายใน โดยเฉพาะตำรวจที่ฝักใฝ่การเมืองไม่ได้วางตัวเป็นกลาง ทำให้การสืบสวนสอบสวนจับกุมมีการเบี่ยงเบนไปบ้าง เข้าเกียร์ว่างไม่ได้ใส่ใจคดีที่เกิดขึ้นหรือถูกใบสั่งทางการเมือง ทำให้กระบวนการทางกฎหมายบิดเบี้ยว คนร้ายลอยนวล ผลที่ตามมาคือ ความไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย มีการนำอาวุธสงครามปืนระเบิดมาใช้กันอย่างเปิดเผย อาวุธร้ายแรงสามารถเล็ดลอดเข้าสู่เมืองหลวง หรือกรณีล่าสุดระเบิดไปป์บอมบ์ถูกนำมาใช้ย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก ประเทศได้รับผลกระทบโดยรวม เศรษฐกิจ การค้า ย่ำแย่ลง ส่งผลกระทบกันเป็นระลอก

              การเรียกความเชื่อมั่นจึงต้องหวังพึ่งกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดภาพความเอาจริงเอาจัง การดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินนักท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือ ทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ รัฐบาลเองต้องให้ความสำคัญ เพราะยิ่งปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความล้มเหลวของการบริหารประเทศท่ามกลางกฎอัยการศึก ที่นายกรัฐมนตรีย้ำนักย้ำหนาว่า ยังต้องคงไว้เพื่อไม่ให้กลุ่มการเมืองใดออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงความเห็นจนเกิดความแตกแยกขึ้นอีกในช่วงที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ปกครองประเทศ จัดระเบียบสังคมเพื่อให้เกิดความสามัคคี การกระทำครั้งนี้จึงเป็นการท้าทายอำนาจทางทหารโดยตรง ท้าทายนโยบายการสร้างความรัก ความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ว่า คดีลักษณะนี้จะมีหลักฐานเดินไปได้แค่ไหน จะจับกุมคนร้ายหรือผู้อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องให้คำตอบ