
อาเซียนเผชิญกับกลุ่มไอซิส
อาเซียนเผชิญกับกลุ่มไอซิส : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนคนใหม่ได้แสดงตัวอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้คนในสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมกลุ่มหัวรุนแรงไอซิส หรือ Islamic States แน่นอน ทั้งในอิรักหรือซีเรีย จึงไม่แปลก การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองโกตากินาบาลู มาเลเซีย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จึงมีแถลงการณ์ร่วมออกมา ประกาศชัดเจนประณามการกระทำของกลุ่มนี้ คงจำกันได้ในปีที่แล้ว ที่ประชุมอาเซียนที่เมืองพุกาม พม่า มีแถลงการณ์ร่วมเรื่องข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ปีนี้อาเซียนจะมีเรื่องเด่นในวาระอาเซียนคือการตอบโต้เกี่ยวกับเรื่องกลุ่มไอซิส รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ นายชูกูมากัม ออกมาตอกย้ำว่าเอเชียอาคเนย์เป็นภูมิภาคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายการของโจมตีของกลุ่มไอซิสด้วย สังเกตได้ว่าแถลงการณ์ร่วมครั้งนี้ออกมาหลังจากกลุ่มไอซิสได้ฆ่านักข่าวอิสระชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งไปแล้ว ทำให้สมาชิกอาเซียนรวมพลังกันแสดงจุดยืนอย่างรวดเร็วในเรื่องนี้ พร้อมกับแสดงความเห็นใจต่อรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของกลุ่มไอซิส
สาเหตุหลักที่มาเลเซียต้องออกมาเล่นลูกเอง เป็นเพราะว่าทางหน่วยข่าวกรองมาเลเซียบอกว่า มีเด็กหนุ่มมาเลเซียหลายสิบคนหลบหนีออกนอกประเทศและได้เดินทางเข้าไปในซีเรียพร้อมขอเข้าร่วมต่อสู้กับกับกลุ่มไอซิส ทำให้รัฐบาลมาเลเซียเป็นห่วงมากๆ เพราะในอดีตไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนมาเลเซียที่กระตือรือร้นจะเข้าร่วมกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้
มีอีกสองประเทศในอาเซียนที่มีปัญหาเด็กหนุ่มเข้าร่วมกลุ่มนี้คือ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ รวมยอดกันแล้วในสองประเทศนี้มีถึงจำนวนมากกว่าสามร้อยที่เข้าร่วม นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย อินโดนีเซียมีกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามมาเป็นเวลานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นตัวของตัวเองมาก ไม่มีองค์กรในต่างประเทศเข้าชักจูงได้ง่ายเหมือนอย่างในมาเลเซีย
ส่วนฟิลิปปินส์นั้นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สมาชิกอิสลามหัวรุนแรงพยายามเข้ารวบอำนาจรัฐ องค์การซีไอเอ คิดประมาณการว่าชาวต่างประเทศมากกว่า 3,000 คนทั่วโลกได้เข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มไอซิสเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ชาวยุโรปมีจำนวนมากที่สุด
หลังโศกนาฏกรรมในนครนิวยอร์กเมื่อปี 2001 ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ถูกตราหน้าว่าเป็นสนามรบที่สองของการก่อการร้ายสากล ทำให้สมาชิกอาเซียนต้องรวมตัวกันและให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ส่งทหารไทย 800 กว่านายเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพในอิรัก แต่ต่อมาต้องถอนตัวกลับ หลังจากทหารไทย 2 นายเสียชีวิตเพราะโดนลูกหลง
หลังจากนั้น อาเซียนได้พยายามทำสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือการต่อต้านการก่อการร้าย และทำสำเร็จในปี 2007 ต้องยอมรับว่า ความร่วมมือระหว่างสมาชิกอาเซียนยังไม่ได้ผลเต็มร้อย เนื่องจากมีสมาชิกบางประเทศคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นเป้าหมาย ฉะนั้นความร่วมมือจึงจำกัดอยู่ระหว่างประเทศที่มีปัญหาเช่นมาเลเซียกับสิงคโปร์ เป็นต้น
ในอนาคต อาเซียนอาจจะต้องมิติความร่วมมือทางด้านนี้มากกว่าเดิม รวมทั้งมีการวางแผนร่วมกันและมีทีมความมั่นคงที่สามารถตอบโต้ทันควันเวลามีวิกฤติเกิดขึ้นในสมาชิกอาเซียน
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือความร่วมมือทางด้านความมั่นคงไซเบอร์ (cybersecurity) ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่อาเซียนยังไม่ได้ใส่ใจ แต่ประเทศคู่เจรจาเช่นออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกามีความร่วมมือทางด้านนี้
มาเลเซียเปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคมจะมีการประชุมอาเซียนในระดับรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องกลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มสุดโต่ง (radicalism and extremism) ทั้งหลาย ซึ่งจะถือเป็นการประชุมครั้งแรกในหัวข้อนี้ในภูมิภาคนี้
ส่วนไทยเรากำลังพิจารณาออกกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงในทุกๆ ด้านทั้งที่เป็นดั้งเดิมกับภัยคุกคามสมัยใหม่รวมกันทั้งหมด 16 ฉบับ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่ร่างกฎหมายกันอยู่
ขณะนี้มีข่าวจากวงในว่ามีคนไทยคนหนึ่งจากปัตตานีได้ออกจากไทยหลบเข้าทางตุรกีเพื่อเข้าไปรวมกับกลุ่มไอซิส ข่าวชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากฝ่ายไทย เพราะเป็นข้อมูลของหน่วยข่าวของประเทศเอเชียประเทศหนึ่ง ถ้าเป็นจริงน่าเป็นห่วง เพราะเจ้าหน้าที่ไทยเชื่อว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มไอซิสเพราะมีแนวความคิดทางการเมืองเและการต่อสู้ที่ไม่เหมือนกัน



