คอลัมนิสต์

ยุทธศาสตร์เขียนรธน.ใหม่จังหวะก้าวที่ถูกกำหนด

ยุทธศาสตร์เขียนรธน.ใหม่จังหวะก้าวที่ถูกกำหนด

02 ก.พ. 2558

ยุทธศาสตร์เขียนรัฐธรรมนูญใหม่จังหวะก้าวที่ถูกกำหนด : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร

               ต้นสัปดาห์นี้ นับแต่วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ “คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” งดประชุมในวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นวางตารางการทำงานสัปดาห์ชนสัปดาห์แบบไม่มีหยุดพัก

               เหตุผลของการพักยกรอบแรก “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ” เฉลยความไว้ว่า เพื่อให้ “คณะอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเบื้องต้น” ได้มีเวลาเขียนร่างรายมาตราในภาคและหมวดที่วางกรอบและหลักการซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้การประชุมพิจารณาร่างรายมาตราเป็นแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ !

               แต่ข้อเท็จจริงแล้ว.. การประชุมในจำนวน 12 ครั้งที่ผ่านมา มีบ่อยครั้งที่ กรรมาธิการพิจารณาร่างรายมาตราแบบวันต่อวัน เขียนเช้า พิจารณาบ่าย หรือเขียนตอนค่ำ แล้วให้ที่ประชุมพิจารณาเช้าวันถัดไป ดังเช่น ประเด็นของผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน ที่ควบรวมองค์กรอิสระ 2 องค์กร ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้เป็นองค์กรเดียวกัน หรือการพิจารณาแก้ไขร่างบทบัญญัติที่ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในบททั่วไปเพื่อวางหลักการตรวจสอบขององค์กรตรวจสอบที่ต้องถูกตรวจสอบได้ เป็นต้น

               และใช่ว่า... “ทีมยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเบื้องต้น” จะทำงานช้า หรือกรรมาธิการวางหลักการแห่งรัฐธรรมนูญไม่นิ่ง เพราะข้อเท็จจริงยังมีร่างรายมาตราที่เขียนเสร็จแล้ว และนอนรอการพิจารณา คือ บทบัญญัติในหมวดที่เป็นเรื่องทางการเมือง

               เหตุผลสำคัญที่ยังต้องให้นอนรอ... คณะกรรมาธิการต่างรู้ดีว่าเพื่อคอยจังหวะแห่งสถานการณ์ทางการเมืองที่ นิ่งสงบ และรอ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)” สยบความเคลื่อนไหวกลุ่มเห็นต่าง-กลุ่มการเมืองที่เดินเกมเป็นคลื่นใต้น้ำให้ได้ก่อน

               เพราะบทบัญญัติในหมวดที่เกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองนั้น ถือเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดเวลา หากเร่งรัดพิจารณาเพื่อให้งานเสร็จตามแผน โดยไม่ดูทิศทางของคลื่น-ลมแล้ว อาจเป็นเหมือนสุมไฟในกองเพลิง ส่งผลต่อการทำงานส่วนอื่น ภายใต้การควบคุมของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.” ถูกเขย่า จนคลอน

               ดังนั้น จังหวะก้าวของทีมยกร่างรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ เพื่อประคองลำน้ำ 5 สายให้ไหลไปสู่เป้าหมายอย่างไม่สะดุด !!

               ขณะเดียวกัน “กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ” ก็ต้องประคองตัวให้อยู่เหนือภาวะกดดันทั้งภายใน  คือ ความอ่อนล้าจากการประชุมแบบเช้าจรดดึก ถึงขั้นที่มีกรรมาธิการเอ่ยปาก “จะต้มร่างรัฐธรรมนูญกินแทนข้าวแล้ว” รวมถึงความขัดแย้งเล็กๆ ที่ก่อตัวจากมุมมองและความเห็นต่างที่ไม่ลงรอย เมื่อพักไปชั่วคราว อาจกลายเป็นความสงบและลบรอยบาดหมางได้... แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะความเห็นต่าง และการโต้แย้งอย่างไม่ให้เกียรติมีขึ้นบ่อย จนกลายเป็นการรอจังหวะสวนกลับ !!

               นอกจากนั้น ยังมีภาวะกดดันภายนอก คือ การเฝ้าติดตามงานยกร่างรัฐธรรมนูญ โดย “สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)” ฐานะผู้เสนอแนะความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ ที่มักสอบถามความคืบหน้าในประเด็นที่เสนอว่าได้รับการเขียนหรือบัญญัติเป็นหลักการสำคัญหรือไม่ แม้ภาพรวมของการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเป็นที่พอใจของ สปช.ที่มาติดตามงาน แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ สปช.จับตามอง คือ “ร่างรัฐธรรมนูญ ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง” ซึ่ง “กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” วางลำดับพิจารณาไว้ช่วง 23-27 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งตรงกับช่วงที่

               “ดร.บวรศักดิ์” จัดทริปยกร่างรัฐธรรมนูญไปไกลถึงชายหาดพัทยา โดยนัยแล้วเพื่อออกห่าง สปช. ที่คาดว่าจะเข้ามาสังเกตการณ์การประชุมเพื่อตามงานในวาระปฏิรูปอย่างใกล้ชิด

               ดังนั้น เพื่อประโยชน์และความสบายใจของคณะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ และภาคส่วนอื่นๆ จึงถูกกำหนดจังหวะก้าวต่อก้าวไว้เช่นนี้เอง