
แท็กซี่กำลังจะเป็นปัญหาโลกแตก
แท็กซี่กำลังจะเป็นปัญหาโลกแตก : กระดานความคิด โดยศรายุทธ สายคำมี
ตั้งแต่ปลายปี 2557 มาจนถึงต้นปี 2558 ข่าวคราวเกี่ยวกับแท็กซี่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาค่าโดยสาร ไปจนถึงแท็กซี่ก่อเหตุร้าย รวมทั้งแท็กซี่ถูกทำร้าย
ช่วงปลายปี บรรดาโชเฟอร์แท็กซี่ทั้งหลายต่างดีอกดีใจกับมาตรการคืนความสุขให้แท็กซี่ ด้วยการกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร สำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (Taxi-Meter) ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
กำหนดให้อัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร ระยะทาง 1 กม. แรกเริ่มที่ 35 บาท และถ้าเกิน 1-10 กม.คิด กม.ละ 5.50 บาท ส่วนที่เกิน 10-20 กม.คิดที่ กม.ละ 6.50 บาท ระยะทางเกิน กม.ละ 20-40 กม.คิดที่ กม.ละ 7.50 บาท ระยะทางเกิน 40-60 กม.คิด กม.ละ 8 บาท ระยะทางเกิน 60-80 คิด กม.ละ 9 บาท เกินกว่า 80 กม.ขึ้นไปคิด กม. ละ 10.50 บาท
ส่วนถ้าหากว่า รถติด รถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ หรือเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อเนื่องไม่เกิน 6 กม.ต่อ ชม.ให้คิดนาทีละ 2 บาท อัตราใหม่นี้มีผลใช้บังคับในวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือวันที่ 13 ธันวาคม 2557
ภายหลังวันที่มีผลบังคับใช้ ก็มีคนพยายามไปลองของ ลองนั่งรถแท็กซี่กันว่า เมื่อปรับราคาแล้วเป็นอย่างไร ยังปฏิเสธผู้โดยสารอีกไหม รถสะอาดสอ้าน สภาพปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งก็มีบ้างที่ปรับแล้วก็มีในส่วนที่ไม่ปรับ ก็ว่ากันไป
แท็กซี่ในเมืองหลวงมีจำนวนประมาณ 8 หมื่นคัน ก็ต้องเข้าคิวกันไปตรวจสภาพและปรับมิเตอร์กันใหม่ ซึ่งก็ใช่ว่าจะปรับพร้อมกันทุกคัน จะต้องทยอยปรับมิเตอร์กันไปจนกว่าจะครบ นั่นก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายต่อแท็กซี่มีกองบัญชาการตำรวจจราจร (บก.จร.) ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตาม พ.ร.บ.จราจร และกรมขนส่งทางบก ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตาม พ.ร.บ.รถยนต์
ปัญหาระหว่างแท็กซี่กับผู้โดยสาร รวมทั้งกับตำรวจจราจรนั้นเกิดอย่างต่อเนื่อง และคงจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ก็คือ แท็กซี่สุวรรณภูมิเมื่อแท็กซี่แวนขู่หยุดวิ่งหากไม่ได้รับการปรับค่าธรรมเนียมในการใช้บริการแท็กซี่ขนาดใหญ่ 5 ประตู หรือแท็กซี่แวนภายในสนามบินจากเที่ยวละ 50 บาท เป็น 100 บาท ขอจัดเก็บค่าสัมภาระจากผู้โดยสารที่มีสัมภาระจำนวนมาก โดยใบแรกจะไม่คิด แต่ใบที่ 2-4 จะคิดใบละ 30 บาท และหากเป็นใบ 5-6 จะเรียกเก็บเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งตรงนี้ไม่ได้บอกไว้ว่าจะเก็บเพิ่มใบละเท่าใด และข้อสุดท้าย ขอให้นำระบบคิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายกลับมาใช้ ในกรณีที่ใช้บริการนอกเขตมิเตอร์หรือนอกเขตกรุงเทพฯ เนื่องจากอัตราค่าโดยสารมิเตอร์แท็กซี่ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ต่ำเกินไป และไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
เรื่องอย่างนี้เป็นความท้าทายความสามารถของรัฐบาลที่ไม่เฉพาะแค่รัฐบาลนี้ หากแต่เป็นเรื่องของความเป็นธรรมที่จะต้องให้แก่ทั้งฝ่ายผู้โดยสารผู้ใช้บริการแท็กซี่และตัวคนขับแท็กซี่เอง
ข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ มีการศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการและได้รับการยอมรับ ที่สำคัญไม่ควรแสดงท่าทีรับปากใดๆ กับการข่มขู่ ไม่ว่าจะเป็นการขู่จากฝ่ายใดก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้วต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน หากไม่มีผู้โดยสาร แท็กซี่ก็อยู่ไม่ได้ และหากไม่มีแท็กซี่การเดินทางก็คงจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก
การปรับขึ้นราคามิเตอร์เมื่อเดือนที่แล้วนั้น ก็ไม่ได้สร้างภาระให้แก่ผู้โดยสารมากนัก แต่ข้อเรียกร้องของแท็กซี่บางข้อก็น่าเห็นใจเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องสัมภาระของผู้โดยสารที่บางรายก็มากมายเกินไปจริงๆ แต่เรื่องแบบนี้หากรัฐปล่อยให้คิดราคากันเสรี ปัญหาก็จะย้อนกลับมาอีกเช่นกัน



