
เสียบบัตรแทนอย่าลืมคนฝากเสียบ
เสียบบัตรแทนอย่าลืมคนฝากเสียบ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
บางคนอาจบอกว่านี่คือการตามล้างตามเช็ด ไล่ล่าให้อีกฝ่ายสิ้นซาก หลังจากที่เห็น สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงไปเมื่อวันอาทิตย์ว่า ป.ป.ช. ยังคงทำหน้าที่สอบสวนกรณี อดีต ส.ส.เสียบบัตรแทนกันอยู่ รวบรวมหลักฐานเสร็จในเบื้องต้นแล้ว
คดีความที่จริงจังและชัดเจนในก่อนหน้านี้ คือการเอาผิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนิคม ไวรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา
ก็เลยคิดกันไปว่า แค่ 3 คน นี้ดก็คงจะเรียบร้อย ใครจะโดนใครจะรอด จบแล้วก็คงจะจบเลย
แต่พอเห็นเลขาฯ ป.ป.ช.มาแถลงแล้วก็ต้องคิดใหม่ ว่า นี่คือการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ที่เมื่อเรื่องมาถึงแล้วก็ต้องดำเนินการไปตามครรลอง ไม่ใช่เลือกเอาว่า แค่นี้พอ หรือเมื่อเห็นว่า "หัว" สิ้นสภาพแล้วก็จบ
เลขาฯ ป.ป.ช.บอกว่า กรณีนี้จะต้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่อดีต ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาเสียบบัตรแทนกันว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนจะมีคนอื่นอีกหรือไม่ค่อยไปตรวจสอบภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นอีกครั้ง
เหตุการณ์ที่นำมาสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ในขณะมีการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการนำเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลโดย รังสิมา รอดรัศมี อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และศาลได้เรียกทั้งรังสิมา และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาสอบถามเพิ่มเติม โดยเรียก ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาให้การภายหลัง รังสิมา ยืนยันว่า เป็นผู้ที่เสียบบัตรแทนคนอื่น แต่ส.ส.เพื่อไทยคนดังกล่าวยืนยันว่าเป็นบัตรของตนเอง ซึ่งมีหลายใบ
กรณีที่ว่านั้น เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สุจริต และวินิจฉัยว่า เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ จากนั้น ป.ป.ช.ก็รับไม้ต่อมาสอบเพื่อเอาผิด เพราะเป็นองค์กรที่จะชี้มูลผิดและเป็นช่องทางผ่านไปสู่กระบวนการลงโทษ และนำไปสู่การชงเรื่องถอดถอน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และนิคม ไวรัชพานิช ไปให้ สนช.พิจารณา เป็นกรณีแรก
กรณีของสมศักดิ์-นิคม ย่อมไม่ใช่กรณีที่ ป.ป.ช.กำลังเอาผิด อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ เพราะนี่เป็นการเตรียมดำเนินคดีอาญา เพราะถือว่า ได้กระทำผิดอย่างร้ายแรง อีกทั้งกรณีนี้ยังเป็นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกด้วย
ท่าทีของ ป.ป.ช.ดูเหมือนว่าจะพุ่งเป้าไปยังผู้ที่ลงมือเสียบบัตรแทนผู้อื่นเท่านั้น ส่วนคนที่รู้เห็นเป็นใจ หรือมีส่วนร่วมคนอื่นๆ คงจะไม่สืบสาวเอาความ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่น่าจะมีความผิดพอๆ กัน หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
อย่างน้อยๆ ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่า ไม่ได้ตระหนักในสิทธิ และในเกียรติของตนเอง ที่เป็นถึงผู้แทนราษฎร
ที่สำคัญก็คือ ไม่ได้ตระหนักถึงสิทธิและเสียงของประชาชนเรือนหมื่นเรือนแสน ที่ลงคะแนนเลือกให้มาเป็นตัวแทนในการทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ ออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งประเทศ
จะบอกว่า ทรยศต่อคำมั่นสัญญาที่มีต่อประชาชนคนที่เลือกมาก็คงไม่ผิดนัก !
หากมีการสืบสาวเอาความกันจนชัดเจนว่า ใครเสียบแทน ใครฝากมาเสียบ ก็น่าจะเอาชื่อ เอาภาพชัดๆ มาบอกกับประชาชน เพื่อว่าถึงคราวที่จะมีการเลือกตั้งจะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้แก่ประชาชนได้ว่า ควรจะเลือกใครเข้าไปเป็นตัวแทนในสภา
เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไล่ล่าฝ่ายตรงกันข้าม ไม่ใช่เกมการเมือง แต่มันเป็นเรื่องของการชำระล้างสิ่งแปลกปลอมทางการเมือง



