คอลัมนิสต์

ความมั่นคง'เอาจริง'เบรก'แรงกระเพื่อมการเมือง'

ความมั่นคง'เอาจริง'เบรก'แรงกระเพื่อมการเมือง'

26 ม.ค. 2558

ความมั่นคง'เอาจริง' เบรก'แรงกระเพื่อมการเมือง' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

              ควันหลงบรรยากาศ “วันประวัติศาสตร์” ศุกร์ 23 มกราคม 2558 ที่ สนช. มีมติถอดถอน "นักการเมือง" ได้เป็นคนแรกและบังเอิญเป็น "นายกฯ หญิงคนแรกของไทย" ที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ด้วยเสียงท่วมท้น ทำเอาเกจิการเมืองต่างคาดการณ์ว่าอุณหภูมิการเมืองจะร้อนระอุ แต่จนขณะนี้แม้ว่าการลงมติถอดถอนผ่านไป 3 วัน ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่ากังวลให้เห็นในแง่ของความวุ่นวาย

              นั่นเป็นเพราะฝ่ายความมั่นคงเขา “เอาจริง” ทั้งเกาะติด และปรามกันอยู่ตลอดเวลา โดยสัญญาณที่เอาจริงขึงขังมาตั้งแต่แรกคือ “ฝ่ายนโยบาย” ของ คสช.และรัฐบาล ทั้ง "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" และ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ที่ผสานเสียงพูดในทำนองเดียวกันตั้งแต่เริ่มมีนักข่าวเข้าไปถามในประเด็น “แรงกระเพื่อม” จากคดีถอดถอน ซึ่งทั้งสองท่านก็ตอบในเชิงขอความร่วมมือว่าอย่าออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวใดๆ หรือ "ถ้าอยากให้กำลังใจ ก็โทรศัพท์ไปให้กำลังใจ ไม่ต้องออกมาชุมนุม" 

              จึงทำให้บรรยากาศตลอดช่วงที่มีการแถลงเปิด-ปิดสำนวน และวันลงมติถอดถอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดังที่ปรากฏ

              แต่ที่ปรากฏตัวชัดเจนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็เห็นจะเป็นช่วงหลังการลงมติถอดถอนอดีตนายกฯ ที่มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศกว่าร้อยชีวิตไปติดตามท่าทีของอดีตนายกฯ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค หลังมีกระแสข่าวว่าอดีตนายกฯจะมาปรากฏตัว และสื่อหลายสำนักทั้งไทยและเทศได้รับแจ้งตรงกันว่าเวลาประมาณ 15.00 น. อดีตนายกฯ จะให้สัมภาษณ์ ซึ่งเมื่อกระแสข่าวแบบนี้ออกไปทำให้สังเกตเห็นได้ว่าโดยรอบโรงแรมมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ลาดพร้าว ตำรวจนอกเครื่องแบบ และทหารจำนวนหนึ่งมากระจายอยู่รอบๆ

              กระทั่งเวลา 14.30 น. "สิงห์ทอง บัวชุม" คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ซึ่งมาถึงโรงแรมเอสซี ปาร์คตั้งแต่ช่วงเช้าและเป็นคนเดียวที่ปรากฏตัวให้สื่อเห็น ก็มายืนให้สัมภาษณ์สื่อนับร้อยชีวิตโดยมีนายตำรวจและนายทหารยืนขนาบข้าง โดยนายสิงห์ทองยืนยันว่าอดีตนายกฯ จะไม่มีการแถลงข่าว “คสช.ไม่อยากให้มีการแถลงข่าว เพราะการแถลงข่าวบางครั้งอาจล่อแหลม ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก...คสช.จึงได้ส่งตัวแทนมาประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่” และเมื่อนักข่าวทำท่าจะซักถามมากขึ้น นายทหารที่ยืนด้านหลังจึงขอให้นายสิงห์ทองยุติการแถลงแค่นี้

              ซึ่งนี่คือภาพที่ทำให้เห็นความเอาจริงเอาจังของฝ่ายความมั่นคงในการปรามแรงกระเพื่อมหรือปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาลและ คสช. เพราะหากย้อนกลับไปจับโฟกัสอีกสักรอบกับสิ่งที่มีการพูดคุยในการประชุมร่วมระหว่าง คสช.และ ครม.เมื่อ 20 มกราคม ที่เปิดเผยโดย “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีดีกรีเป็นถึง “อดีตโฆษกกองทัพบก” เปิดเผยช่วงหนึ่งของวงประชุมร่วมมือว่า “มีการรายงานในส่วนของ คสช.ว่า ภาพรวมโดยทั่วไปถือว่ามีความเรียบร้อย ไม่มีผลกระทบร้ายแรง นอกเหนือจากนั้นก็มีการนำเสนอว่าเรื่องที่สังคมสนใจมากคือเรื่องการถอดถอนนักการเมือง 3 คน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สั่งว่าให้ คสช.และครม.ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ และมีการรายงานด้วยว่า ศูนย์ปรองดองฯ ได้พยายามจัดกิจกรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีประชาชนไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ก็ถือได้ว่าเรื่องการแบ่งสีแบ่งฝ่ายก็ค่อนข้างจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ วันนี้ก็มีเพียงกลุ่มการเมืองอีกเล็กน้อยที่พยายามจะพูดชักจูงกระแสให้มีความรู้สึกเป็นสีเป็นกลุ่มเป็นส่วนเป็นฝ่าย”

              เท่ากับว่าฝ่ายความมั่นคงแม้จะไม่ค่อยมีข่าว แต่พอแถลงออกมาทีเห็นได้เลยว่าเก็บรายละเอียดได้เพียบ ชนิดฝ่ายที่จะสร้างแรงกระเพื่อมต้อง "คิดหนัก" หากจะทำอะไรที่กระทบความมั่นคง!