คอลัมนิสต์

พลังงานชาติยืนอยู่บนเส้นด้าย!

พลังงานชาติยืนอยู่บนเส้นด้าย!

23 ม.ค. 2558

พลังงานชาติยืนอยู่บนเส้นด้าย! : กระดานความคิด โดยแกร่ง หินเพลิง

               เล่นเอามึนกันไปทั้งบางกับเรื่องที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติคว่ำการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ที่รัฐบาล คสช.กำลังโม่แป้งอยู่

               โดยที่ประชุม สปช. เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการพลังงาน ที่มีนายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ เป็นประธาน มีข้อเสนอที่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทาน “ไทยแลนด์ 3 พลัส” และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการศึกษาและเตรียมการให้มีระบบแบ่งปันผลผลิตที่เหมาะสมมาใช้ในอนาคต

               แต่เมื่อที่ประชุม สปช.กลับมีมติ “หักดิบ” ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ด้วยเสียงขาดลอยถึง 130 : 79 เสียง ที่แม้แต่แกนนำผู้คัดค้านอย่าง นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปช.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเองก็อดแปลกใจไม่ได้ ถึงกับโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นึกไม่ถึงจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น และไม่คิดมาก่อนว่า สปช.จะ “หักดิบ” โหวตสวนไม่เห็นด้วยกับรายงานของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเสียงข้างมากได้

               หากเป็นรัฐบาลปกติ เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไป ตัวนายกฯ และครม.คงนั่งไม่ติดแน่ เผลอๆ อาจถูกบีบให้ต้อง “ไขก๊อก” ออกจากตำแหน่งเสียด้วยซ้ำ เพราะนโยบายของรัฐบาล ที่ถือเป็นนโยบายหลักและเป็นผลงาน “ชิ้นโบแดง” ของรัฐบาล กลับถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่หัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งมากับมือ “คว่ำไม่เป็นท่า”

               ก่อนหน้านี้ ตัวนายกฯ เอง ได้ป่าวประกาศเดินหน้านโยบายเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นี้ โดยยืนยันในความจำเป็นที่ต้องจัดหาแหล่งพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งยังออกมาสัพยอกเครือข่ายทั้งหลายที่ออกมาคัดค้านว่า หากมีข้อเสนออื่นใดที่คิดว่าทำได้ดีกว่าก็ให้เสนอมา

               ล่าสุด ก็ย้ำอีกครั้งว่า พร้อมเปิดรับข้อเสนอทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แบบสัมปทานหรือการแบ่งผลประโยชน์ (พีเอสซี) ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ก็ให้เสนอมา แสดงให้เห็นว่า น้ำหนักของ มติ สปช.นั้น ยังมีไม่มากพอที่จะทำให้รัฐบาลหยุดยั้งแนวทางที่จะหาพลังงานมาเพื่อรองรับความต้องการในประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

               นั่นก็หมายความว่า ในวันนี้ไม่ว่จะเป้นบทบาทของนายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าคณะ คสช.ก็ยังคงมีความเด็ดขาด ลงได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แตร่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ฟังเสียงคัดค้าน เห็นได้จากการเปิดทางให้ยื่นข้อเสนอว่าต้องการรูปแบบใด แต่ไอ้ที่จะให้หยุด หรือชะลอไปนั้น ผ่านการพิจารณาเรื่องนี้ไปนานแล้ว

               ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยเสียของ สปช.หรือเครือข่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้คำนึงถึงความจำเป็นของประเทศเป็นหลัก

               แต่ที่ไม่บอกชัดๆ หรืออาจไม่ได้คิดเลยไม่บอกก็คือ เรื่องที่คนภายนอกกังวล เพราะสัมปทานน้ำมันในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นโปร่งใสแค่ไหนนั่นต่างหาก

               เพราะสิ่งที่ทุกฝ่ายประจักษ์ ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาล คสช.ที่ไม่มีกลุ่มการเมืองใดชี้นำหรือหนุนหลังนั้น เราได้เห็นการดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างพลังงานที่ทุกฝ่ายเพรียกหากันมาตลอดอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เห็นหัวหน้ารัฐบาลที่กล้าที่จะดำเนินการ “หักดิบ” เดินหน้านโยบายดังกล่าว โดยไม่หวั่นกระแสคัดค้านหรือถล่มโจมตี

               อีกอย่าง ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสาละวันเตี้ยลงๆ จนหลายฝ่ายพากันหวั่นเกรงว่า รูปแบบการให้สัมปทานในปัจจุบันคือรูปแบบสัมปทาน Thailand 3 Plus อาจไม่จูงใจให้บรรดาบริษัทเอกชนผู้ผลิตและขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมน้อยใหญ่ให้ความสนใจเพียงพอ และอาจตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมเอากับภาครัฐได้

               เมื่อต้องมาเจอกับมติของ สปช.เช่นนี้ จึงยิ่งทำให้อนาคตการจัดหาพลังงานของประเทศยืนอยู่บนเส้นด้าย

               ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐบาล และโดยเฉพาะนายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช.จะต้องตระหนักและหนักแน่น ?หาไม่แล้วนโยบายปฏิรูปพลังงานอาจเผชิญทางตัน!