
'ฝึกอาสากู้ชีพฯ'ลำเลียงผู้บาดเจ็บทางอากาศเน้นเร็วหนีรถติด
'ฝึกอาสากู้ชีพฯ'ลำเลียงผู้บาดเจ็บทางอากาศเน้นรวดเร็วหนีปัญหารถติด : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล
การนำส่ง "ผู้ป่วยผู้บาดเจ็บ" ในนาทีวิกฤติรอดพ้นจากความเป็นความตายให้ถึง "มือแพทย์" ด้วยความรวดเร็วปลอดภัยเป็นเป้าหมายหัวใจสำคัญของการปฏิบัติงานหน่วยกู้ชีพ "รถฉุกเฉิน" หรือ "AMBULANCE" แต่ในความเป็นจริงที่ผ่านมา "รถฉุกเฉิน" ที่วิ่งไปมาในพื้นที่ กทม. ไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก เนื่องจากสภาพการจราจรติดขัดช่องการจราจรแออัดคับแคบไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ความเร็ว ประกอบกับกายภาพถนนที่มีช่องจราจรน้อยนิดไม่เพียงพอต่อปริมาณรถที่วิ่ง ทำให้การลำเลียงนำส่ง "ผู้ป่วยผู้บาดเจ็บ" เป็นไปด้วยความล่าช้า
กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการลำเลียง ส่งต่อผู้ป่วยผู้บาดเจ็บ ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ให้การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ ดูแลขณะเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องทันท่วงทีลดอัตราการตายและพิการของผู้บาดเจ็บ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นจัดโครงการอบรมยุทธวิธีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้บาดเจ็บทางอากาศโดย "เฮลิคอปเตอร์" เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดใน กทม. ร่วมมือกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งฝึกทักษะเจ้าหน้าที่ให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา
สำหรับหลักสูตร “TCAEC” (Tactical Casualty Aircarft Evacuation Care) เพิ่มสมรรถนะในการประเมินสถานการณ์ ดูแล สังเกตอาการ ขณะลำเลียงเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทางอากาศ สร้างความสามัคคีความร่วมมือในการทำงาน หน่วยปฏิบัติการทั้งในและนอกเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พัฒนาขีดความสามารถของผู้เข้าฝึกอบรมให้มีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับความปลอดภัย ลดการเจ็บป่วยเนื่องจากสาเหตุการเคลื่อนย้าย มีทักษะการติดตั้งอุปกรณ์ด้านการแพทย์ในการลำเลียงทางอากาศ เน้นแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ฝึกสถานการณ์เสมือนจริง โดยเริ่มฝึกเมื่อวันที่ 19-21 มกราคม ที่ผ่านมา ภายในสนามบินตุงคะเตชา ค่ายนเรศวร และหน่วยบินหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยวิทยากรและครูฝึกกองร้อย กช.กก.3 บก.สอ.บช.ตชด.
ฝึกอบรมครั้งนี้ "อาสาสมัครกู้ชีพป่อเต็กตึ๊ง" ที่ถูกคัดเลือกเข้าร่วมอบรมจำนวน 40 คน แต่ละคนมีร่างกายที่เตรียมพร้อม สุขภาพแข็งแรง ทุกคนมีความมุ่งมั่นจะฝึกฝนทักษะความรู้อย่างเต็มที่ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติโดยเฉพาะการโรยตัวจาก ฮ. ที่ต้องใช้สมาธิและความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทุกคนที่เข้าฝึกฝนในครั้งนี้ สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สร้างความพึงพอใจให้แก่ครูผู้ฝึกและผู้เข้าฝึกอบรมเป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.ท.หญิงปราณี อินทร์ทรีย์วงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ส่งกลับ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ศูนย์ส่งกลับ รพ.ตำรวจตั้งขึ้นมากว่า 35 ปีแล้วตามพระราชกฤษฎีกาส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 8 เมษายน 2522 ขึ้นตรงกับ "กรมตำรวจ" สมัยนั้น มีหน้าที่ลำเลียง ส่งต่อผู้บาดเจ็บ ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ และให้การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ ดูแลขณะเคลื่อนย้าย ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ลดอัตราการตายและพิการของผู้บาดเจ็บ ภารกิจฝึกโครงการอบรมยุทธวิธีเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทาง อากาศยานแก่อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ชีพในครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีมีผลประเมินที่ปรากฏเป็นที่พอใจมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ สามารถพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะในการทำงานร่วมกันได้ดี เนื่องจากป่อเต็กตึ๊งมีหน่วยกู้ชีพที่อยู่ในระบบของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ด้วย จึงจำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน รพ.ตำรวจมีการดำเนินการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศมากขึ้นโดยใช้เวลาในการนำส่งรวดเร็วไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัดและปัญหาเสียงดังจากไซเรน



