
รางวัลของ'คุณย่า บก.'
รางวัลของ'คุณย่า บก.' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริก
สัปดาห์นี้ ขออนุญาตเขียนถึงเรื่องของตัวเอง เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปรับรางวัลอันมีคุณค่าสำหรับคนข่าว-คนเขียนหนังสือ ที่สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
งานประกาศเกียรติคุณยกย่องบรรณาธิการดีเด่น "รางวัลคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง" เป็นกิจกรรมของสมาคมภาษาและหนังสือฯ เพื่อยกย่องบรรณาธิการผู้มีผลงานดีเด่น ประกอบอาชีพบรรณาธิการมาเป็นเวลานาน
สำหรับปี 2557 สมาคมภาษาและหนังสือฯ มีมติให้ผมเป็นบรรณาธิการดีเด่น "รางวัลคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง" ซึ่งผมเองในฐานะผู้ที่ได้รับรางวัล รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้
เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง สมาคมภาษาและหนังสือฯ จึงจัดรายการเสวนา "คิดถึงคุณย่า บก." ณ ห้องประชุม อาคารพระกรุณานิวาสน์ สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ถนนสุโขทัย
คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จัก "คุณย่า บก." ผมจึงขอแนะนำสั้นๆดังนี้ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง รับราชการในกรมโฆษณาการอยู่ 9 ปี จึงลาออกมาทำงานเอกชน เมื่อปี 2491 รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการนิตยสารสตรีสาร ซึ่งมีเจ้าของคือ เรวดี เทียนประภาส (มารดาสุรางค์ เปรมปรีดิ์) เจ้าของโรงเรียนเรวดี
นิตยสารสตรีสารเป็นนิตยสารที่มีชื่อเสียงทางด้านคุณภาพ ได้รับความเชื่อถืออย่างยาวนาน มีนักเขียนประจำที่มีชื่อเสียงมากมาย ดำเนินการถึงปี 2539 จึงได้ปิดตัวลงไป
คุณนิลวรรณ เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูถัมภ์ และได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการประชาชน จากมูลนิธิแมกไซไซ ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2505
เมื่อปี 2517 บรรณาธิการสตรีสาร ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จตุตถจุลจอมเกล้า ใช้คำนำหน้าว่า "คุณ" (เนื่องจากยังโสด หากเป็นสตรีสมรสแล้วใช้ว่า คุณหญิง)
"ไพลิน รุ้งรัตน์" นักวิจารณ์วรรณกรรมที่รู้จัก "คุณย่า บก." เป็นอย่างดี เคยเขียนบทความเรื่อง "คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง : ครูของนักเขียนและบรรณาธิการ ครูของนักเขียนนักอ่าน" โดยมีความตอนหนึ่งว่า
"นามของ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง เป็นที่รู้จักกันดีของนักเขียนนักอ่านในฐานะบรรณาธิการผู้มีคุณภาพยิ่ง ในยุคที่วัฒนธรรมการอ่านมีความสำคัญยิ่งยวด และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ยังเป็นรองอยู่ บทบาทบรรณาธิการจึงโดดเด่นเป็นที่ประทับใจนักอ่าน นิตยสารสตรีสาร จึงยืนยงและยังอยู่ในใจนักอ่านนักเขียนมาจนทุกวันนี้ แม้จะปิดตัวเองไปเมื่อมีอายุได้เพียงครึ่งศตวรรษก็ตาม
"นั่นเพราะ คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง ก่อร่างสร้างไว้
"อย่างไรก็ดี สำหรับนักอ่านนักเขียนแล้ว คุณนิลวรรณมิได้เป็นเพียงบรรณาธิการธรรมดาโดยทั่วไป แต่หากได้เป็น "ครู" ในหัวใจของเขาเหล่านั้นไปด้วย พจนานุกรมได้ให้ความหมายของคำว่า "ครู" ไว้ว่า ผู้สั่งสอนศิษย์ หรือผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ แม้คุณนิลวรรณจะมิได้ทำหน้าที่ "สอน" อย่างเป็นรูปธรรม มิได้เป็นครูหรืออาจารย์ผู้ประสาทวิชาในห้องเรียนให้นักเขียนคนใดคนหนึ่ง แต่ตลอดระยะเวลาที่คุณนิลวรรณ ทำหน้าที่บรรณาธิการ คุณนิลวรรณก็คือ "ครู" ผู้ประสาทวิชาการเขียนและการอ่านไปพร้อมกัน"
โดยส่วนตัว ผมเองไม่เคยพูดคุย "คุณย่า บก." แต่ก็อ่านนิตยสารสตรีสารมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะพี่สาวเป็นแฟนคลับสตรีสาร และเชื่อว่า วิถีแห่งบรรณาธิการของคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง..ครูผู้ประเสริฐของผู้คนทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม จะยังคงมีผู้สืบทอดไม่ขาดสาย
นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ "อิงอร" บอกใครต่อใครว่า "ประกาศนียบัตรของนักเขียน นักหนังสือพิมพ์นั้น อยู่ที่ประชาชนจะมอบให้"
ผมขอขอบคุณสมาคมภาษาและหนังสือฯ ที่มอบรางวัลนี้ให้ผม โดยจะถือเป็นเกียรติภูมิแห่งชีวิตและเป็นกำลังใจตลอดไป



