
สภ.เมืองปทุมฯตรวจเข้มนร.อาชีวะป้องเหตุตีกัน
สภ.เมืองปทุมฯ ตรวจเข้มนร.อาชีวะ ป้องเหตุตีกัน : สายตรวจระวังภัย โดยอนันต์ วิจิตรประชา
ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้มีข่าวนักเรียนอาชีวะสถาบันต่างๆ ทะเลาะวิวาทไล่ทำร้ายกันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาไม่อาจลุล่วงไปได้อาจเป็นเพราะพฤติกรรมนี้ฝังรากลึกมาอย่างยาวนานจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง นักเรียนที่เข้ามาอยู่ในสถาบันเทคโน เทคนิค หรืออาชีวะอาจถูกปลูกฝังด้วยความคิดที่ผิด และยังขาดการดูแลเอาใจใส่จากอาจารย์ รวมถึงผู้ปกครองที่ไม่สามารถว่ากล่าวตักเตือนบุตรหลานของตนได้ จนกลายเป็นปัญหาสังคม
พื้นที่จังหวัดปทุมธานี มี 7 อำเภอ 14 โรงพัก พ.ต.อ.อภิชาติ โกมุติกานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี มีนโยบายป้องกันและปราบปรามเด็กเกเร โดยเฉพาะการเข้มงวดกับการตรวจค้นนักเรียนอาชีวะพาอาวุธไปเรียน โดยที่ผ่านมาพบอาวุธมีดหลายรูปแบบ ระเบิดปิงปอง และอาวุธปืน ที่นักเรียนอาชีวะต่างพากันพกไว้ป้องกันตัวและเตรียมก่อเหตุทะเลาะวิวาทได้ทุกเมื่อ
ปัญหานักเรียนต่างสถาบันทะเลาะวิวาท ภายในอ.เมือง จ.ปทุมธานี ประกอบไปด้วย 3 โรงพัก คือ เขตสภ.เมืองปทุมธานี สภ.ปากคลองรังสิต และสภ.สวนพริกไทย ซึ่งมีโรงเรียนอาชีวะ 3 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี เทคโนโลยีปทุมธานี ทั้ง 2 แห่งอยู่ใกล้กันคือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา และวิทยาลัยเทคโนโลยีแหลมทอง มักจะทะเลาะวิวาทเป็นประจำ ต่างพกพามีด ระเบิดปิงปอง และอาวุธปืน ปัญหานี้จะต้องบูรณาการกิจกรรม โครงการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นต้องร่วมมือกันระหว่างตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตัวแทนสถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ปัญหา ทั้งที่ตัวเยาวชน และการปรับทัศนคติของตัวเด็กเอง
ด้าน พ.ต.อ.อภิชาติ กล่าวว่า เนื่องจากในพื้นที่ สภ.เมืองปทุมธานี มีโรงเรียนอาชีวะจำนวน 3 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอเมืองปทุมธานีได้มีมาตรการป้องกันรวมถึงการตรวจค้นตรวจสอบ อย่างเข้มงวดตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวนักเรียนและผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นักเรียนทะเลาะวิวาท
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นนักเรียนแล้วพบว่านักเรียนพบพาอาวุธติดตัว จะควบคุมตัวมาที่สภ. พร้อมประสานอาจารย์และผู้ปกครองมารับตัวนักเรียน และทำประวัติเป็นกลุ่มเสี่ยง ต้องเฝ้าติดตามพฤติกรรมหลังจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักเรียนพกพาอาวุธอีก ซึ่งอาวุธตามกฎหมายแยกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.อาวุธโดยสภาพ เช่น ปืน มีด 2.สิ่งของที่ไม่ใช่อาวุธ แต่เมื่อใช้แล้วกับเป็นอาวุธ เช่น ไม้ เหล็ก 3.สิ่งเทียมอาวุธ เช่น ปืนปลอม มีดปลอม การที่บุคคลใดจะพกพาอาวุธและมีความผิดนั้น จะต้องเป็นอาวุธโดยสภาพและสิ่งเทียมอาวุธ โดยกฎหมายบัญญัติไว้ในภาคความผิดลหุโทษ ในมาตรา 371 ว่า “ผู้ใดพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อมนัสการ การรื่นเริงหรือการอื่นใด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาทและให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วงเวลาเรียน ประสานเจ้าหน้าที่ตามจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังเหตุ และมีการเฝ้าระวังการนัดการก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ ร่วมมือกับสถานศึกษาได้ดูแลพื้นที่ของตนเองอย่างชัดเจน ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการจับตาอยู่พื้นที่เสี่ยง จัดระดับความเสี่ยงของสถานศึกษาต่างๆ รวบรวมรายชื่อนักศึกษา และรุ่นพี่ที่มักยั่วยุให้ก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขต่อไป



