
'โปลิศมิสยู'สายใยตร.กับชาวบ้าน
'โปลิศมิสยู'สายใย ตร.กับชาวบ้าน : สายตรวจระวังภัย โดยเจษฎา จันทรรักษ์
กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางย่านการค้า ธุรกิจ ศูนย์ราชการ และเป็นพื้นที่รวมหลากหลายอาชีพ มีประชาชนตามทะเบียนราษฎร และประชากรแฝงราวๆ 7-10 ล้านคน แต่ตรงกันข้ามการดูแลความปลอดภัย ทุกข์สุขของประชาชน กับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันและปราบปราม ทำหน้าที่สายตรวจและปฏิบัติงานพิเศษ เพียงแค่ 5,482 คน ดังนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมของภาคประชาชนและชุมชน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ชุมชนและสังคมปลอดภัย ปลอดอาชญากรรม ดังคำกล่าวที่ว่า "ประชาชนคือตำรวจคนแรก"
ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องมีการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่เหมาะสม แบบเข้าถึง ประหยัด และคุ้มค่า ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. จึงได้จัดทำ "โครงการสายสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน" (POLICE MISS U) ขึ้นมา โดยการใช้นามบัตรและไปรษณียบัตร เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถสื่อสาร และมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง ขณะเดียวกันตำรวจก็สามารถรับความคิดเห็นกลับมาพัฒนาองค์กร และตอบสนองความต้องการของประชาชน เพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างแท้จริง
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่า โครงการสายสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน กลุ่มเป้าหมายหลักก็คือชาวบ้านในพื้นที่ความรับผิดชอบของแต่ละสถานีตำรวจ โดยมีการจัดพิมพ์ "นามบัตร" ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามระดับสถานี เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนได้ใช้ติดต่อสื่อสาร และยังเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับตำรวจ ทั้งนี้ หากประชาชนรายใดเดือดร้อน หรือต้องการความช่วยเหลือ เพราะกำลังตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ก็สามารถใช้ในการติดต่อ หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารกับทางตำรวจได้ตลอดเวลา
ส่วน "ไปรษณียบัตร" ที่แจกจ่ายให้ประชาชน ขณะพบปะ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน หรือตรวจเยี่ยมชุมชนก็เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น หรือบอกความต้องการให้ตำรวจได้รับทราบ เพื่อนำไปดำเนินการ โดยจะมีการใส่ชื่อที่อยู่ผู้รับถึงหัวหน้างานป้องกันและปราบปราม (รอง ผกก.ป.) ของสถานีตำรวจนครบาล เพื่อนำข้อมูลที่ประชาชนเสนอแนะ กลับมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมกับวัดผลการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการนี้ ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการเดือนธันวาคม 2557-กันยายน 2558 โดยได้ทดลองโครงการนี้มาแล้ว 3 เดือน พร้อมกับดำเนินการแจกไปรษณียบัตรเดือนละ 200 ใบ ค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 2,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลการดำเนินการ คาดว่าเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมกับประชาชนเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละสถานีสามารถรับความคิดเห็นมาพัฒนาองค์กรและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ "ผู้พิทักษ์รับใช้ให้บริการประชาชนในทุกมิติ"



