
เร่งสกัดกั้นขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติ
เร่งสกัดกั้นขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติ กู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวโลก : สายตรวจระวังภัย โดยกิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
"ประเทศไทย" กับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในสายตาของชาวโลก มักถูกมองว่า "ไทย" ไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องเหล่านี้ จนทำให้ประเทศในแถบยุโรป โต้ตอบกลับสินค้าไทย ด้วยการกีดกันทางการค้า ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ตำรวจพยายามเร่งปราบปราม แต่ก็ยังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย ตามตลาดขนาดใหญ่อยู่เสมอ
ล่าสุด กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สามารถจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ลอตใหญ่ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. ได้กำชับและมอบหมายให้ พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กมล เหรียญราชา รอง ผบก.ปอศ. เฝ้าระวังสถานการณ์ จนพบข้อมูลว่า จะมีการลำเลียงสินค้าจาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทย จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.ณรงค์เดช กมลบุตร รรท.ผกก.2 บก.ปอศ. นำกำลังสกัดจับรถบรรทุกเอาไว้ได้ เบื้องต้นสามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก
พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตำรวจได้มีการเฝ้าระวังในแต่ละพื้นที่เป็นพิเศษอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง ที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาค่อนข้างสูง จะมีอยู่ด้วยกัน 8 จังหวัด รวม 25 จุด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร คือ คลองถม สะพานเหล็ก บ้านหม้อ พัฒน์พงศ์ ถนนสีลม มาบุญครอง ถนนสุขุมวิท 3-9 พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า 2.จ.ชลบุรี คือ พัทยา ตลาดนัดจตุจักรชลบุรี คอมพิวเตอร์ พลาซ่า 3.จ.เชียงใหม่ คือ ไนท์บาซาร์ คอมพิวเตอร์ พลาซ่า ไอคอน ตลาดรินคำ 4.จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือ หัวหิน 5.จ.กระบี่ อ่าวนาง 6.จ.ภูเก็ต คือ หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน 7.จ.สุราษฎร์ธานี คือ เกาะสมุย และ 8.จ.สงขลา คือ ตลาดนัดสันติสุข ตลาดกิมหยง ตลาดยงดี ตลาด บ.ข.ส.
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเหลือง) เป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง 6 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่ จ.นนทบุรี พื้นที่ จ.ปทุมธานี พื้นที่ จ.นครราชสีมา พื้นที่ จ.ขอนแก่น และพื้นที่ จ.ราชบุรี
ในส่วนเส้นทางของขบวนการนี้ เมื่อออกจากประเทศต้นทางคือประเทศจีน ก็จะขนสินค้าผ่านเวียดนาม มายังประเทศลาว ก่อนลำเลียงสินค้าผ่านมาทางพรมแดนไทย เพื่อเปลี่ยนถ่ายหัวรถลาก ก่อนเข้ามาส่งสินค้าในกรุงเทพฯ และเมื่อมีการกระจายสินค้าได้แล้ว มูลค่าของสินค้านั้น ก็จะสูงตามลำดับ ทั้งนี้ จากข้อมูล บก.ปอศ. พบว่า ในรอบปีที่ผ่านมา ปอศ. มีการดำเนินคดีไปแล้วกว่า 5,000 คดี แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งดูดาย และมีการระดมกวาดล้างอยู่ตลอดเวลา
ฉะนั้น ลำพังแค่มาตรการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียวคงไม่เห็นผล หากประชาชนผู้บริโภคไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ถึงเวลาแล้วที่จะ ลด ละ เลิก สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้ เพื่อกู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวโลก



