
ศักดิ์ศรีใครใหญ่กว่า
ศักดิ์ศรีใครใหญ่กว่า : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็นของประชาชนเรื่องคิดอย่างไรที่จะให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการไปจัดการเลือกตั้ง ปรากฏว่ากว่า 62% ไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ควรให้ กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ
เรื่องราวของการหา "เจ้าภาพ" มาจัดการเลือกตั้งนั้นสืบเนื่องมาจากข้อเสนอในการปฏิรูปการเมืองในก่อนหน้านี้ และข้อเสนอที่ว่านั้น ทำท่าว่า จะเกิดผลข้างเคียงสร้างความบาดหมางให้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่เป็นเจ้าภาพจัดการเลือกตั้งในขณะนี้อยู่ กับกระทรวงมหาดไทย อดีตเจ้าภาพใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน
การเปลี่ยนเจ้าภาพจากกระทรวงมหาดไทยมาเป็น กกต.นั้น ก็เพราะต้องการให้การบริหารจัดการเลือกตั้งเป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำของนักการเมือง ที่สุดท้ายแล้วจะต้องเข้าไปกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย
แต่การบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต.เอง ก็ใช่ว่า จะสมบูรณ์แบบ คัดกรองจนได้นักการเมืองที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ซื้อเสียง ไม่มีทุจริตเลือกตั้ง ไม่มีการใช้อิทธิพลข่มขู่ฝ่ายตรงกันข้าม
ถึงกระนั้นการเลือกตั้งโดยส่วนใหญ่ก็พอจะกล้อมแกล้มรับกันได้ !
เว้นอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ไปเปลี่ยนให้การเข้าไปใช้สิทธิในคูหาเลือกตั้ง ให้ผู้ใช้สิทธิหันหลังออกจากคูหา ก็เลยมีคนไปร้องว่า จะทำให้การใช้สิทธินั้น ไม่เป็นความลับ และทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
กกต.ยุคนั้นก็โดนไล่เบี้ยให้รับผิดชอบกันไปตามระเบียบ
แล้วก็เป็น กกต.ชุดนั้นแหละที่ "ป๋าเหนาะ" ระบายความในใจในยามที่รักขมว่า มีนักการเมืองมาบอกเขาว่า "พี่เหนาะ กกต.เป็นของเราแล้ว"
ก็อย่างที่บอก ถึงจะมีปัญหากันอย่างไร แต่การใช้องค์กรอิสระเข้าไปบริหารจัดการเลือกตั้ง ก็ดูจะดีกว่าให้หน่วยงานอื่นเข้าไปจัดการ
อย่างน้อยๆ ก็เป็นเครื่องการันตีได้อย่างหนึ่งว่า จบเลือกตั้ง ไม่มีนักการเมืองที่เข้ามากุมอำนาจแล้วไปสั่งให้ กกต.เช็กบิลฝ่ายตรงกันข้ามได้
แต่ความขัดแย้งระหว่าง กกต.กับกระทรวงมหาดไทย อันเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ใช่ว่า แต่ละฝ่ายจะไม่รับรู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น หรือจะไม่รับรู้ว่า เมื่อความรับผิดชอบอยู่ในมือหน่วยงานของตนนั้น มีปัญหาอะไรบ้าง
การออกมาตอบโต้กันไปมา ด้วยถ้อยคำที่ส่อเสียด รุนแรง เป็นเพียงแค่ความพยายามที่จะรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรี ที่ต่างก็รู้ดีว่า ก่อนหน้านี้ มีคนในหน่วยงานของตนที่รู้ทั้งรู้ว่ามีเกียรติยศและศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ แต่ก็เลือกที่จะกระทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม ส่งผลให้บ้านเมืองคลาคล่ำไปด้วยนักการเมืองที่มุ่งเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตนและพวกพ้อง ประชาชนคนทั่วไปก็ได้ลิ้มรสเพียงแค่เศษเนื้อข้างเขียง
บางครั้งก็ปล่อยให้นักการเมืองคุยโม้โอ้อวดว่า จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ประชาชน ทั้งที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นจริง หรือวิญญูชนคนทั่วไปรับรู้ได้แบบไม่ต้องให้กูรูมาอธิบายเสริม ก็เข้าใจได้ว่าถ้าทำอย่างนั้นจริง ความวิบัติหายนะจะมาเยือนประเทศ...
แต่ก็ยังปล่อยให้ใช้เรื่องอย่างนั้นหาเสียงต่อ แล้วเมื่อเข้ามามีอำนาจ ก็ทำอย่างที่พูดไว้จริง และความเสียหายก็เกิดขึ้นกับประเทศจริงเช่นกัน
แทนที่จะมานั่งไล่คำพูดแล้วโต้กันไปมา ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรง น่าจะลองหาข้อเสนอดีๆ ให้แก่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สนช. เขาจะได้มีไอเดียไปทำต่อ หรือถ้าไม่อยากเสนออะไร ก็นั่งกอดศักดิ์ศรีเอาไว้นิ่งๆ เสียบ้างก็ดี
ถ้าจะเอาศักดิ์ศรีไปวัดขนาดกันมันคงไม่จบลงง่ายๆ แน่ !



