
คดีแรกระหว่างนักเคลื่อนไหวกับปตท.
คดีแรกระหว่างนักเคลื่อนไหวกับ ปตท. : กระดานความคิด โดยแกร่ง หินเพลิง
จ่อจะเรียกแขกให้งานเข้าต้อนรับเทศกาลปีใหม่ปีแพะกันซะแล้ว!!!
กับมหกรรมตีปี๊บ “ค่านิยม 12 ประการ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการให้เด็กเยาวชนและผู้คน โดยทั่วไปได้ยึดถือเป็นแบบแผนปฏิบัติ แต่ไม่รู้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำกันอีท่าไหน แค่งบจัดทำสติกเกอร์ไลน์ก็ปาเข้าไปถึง 7.1 ล้านบาท ทั้งที่บริษัทเอกชนน้อยใหญ่ที่เขาทำกันเป็นธุรกิจยังใช้งบกันไปแค่ 2-3 ล้านบาทเท่านั้น ยังไม่รวมหนังสั้น 25 ล้านบาท สื่อคัตเอาท์และสื่อโฆษณาทั้งวิทยุ ทีวีที่จะต้องตามมาอีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
ที่ต้องการรณรงค์ให้ผู้คนรู้จักความพอเพียง จ่อจะ “แพงเพียบ” เจริญรอยตาม “ไมค์ทองคำ” อีก!
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เองยังออกปากบอกว่า ไม่อยากให้การรณรงค์ในเรื่องค่านิยมนั้น ต้องมีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่อยากให้ปลูกฝังจิตสำนึกมากกว่า
ไหนกลับขอเคลียร์หน้าเสื่อเอากับบริษัท ปตท.กันเป็นทิวแถว !
เท็จจริงแค่ไหน สมณเพศในพระศาสนาอย่างหลวงปูพุทธะอิสระคงไม่โกหกแน่ เพราะเป็นเรื่องที่ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” โพสต์ข้อความระบายความอัดอั้นตันใจเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากที่ต้องทำตัวเป็น “ท้าวมาลีวราช” หย่าศึกให้แก่ 5 แกนนำเครือข่ายพลังงาน ที่นำข้อมูลโจมตีบริษัท ปตท.ไปปราศรัยปลุกระดมผู้คน จนถูก ปตท.ฟ้องเอา
แต่ไปๆ มาๆ 5 แกนนำ ได้แก่ หมอระวี มาศฉมาดล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายทศพล แก้วทิมา นายประสิทธิชัย หนูนวล และ นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา ก็กลับมาร้องขอให้หลวงปู่เป็นท้าวมาลีวราชเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้บริหาร ปตท. !
เห็นว่ามีการนัดเจรจากันเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลวงปู่ได้บรรยายบรรยากาศในการเจรจาว่า ทั้ง 5 แกนนำต่างยอมรับข้อมูลที่นำไปปราศรัยเผยแพร่ บางส่วนไม่มีอยู่จริงไม่ถูกต้อง พร้อมกับยอมขอโทษ ปตท.ที่นำข้อมูลไปปราศรัยอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่ง ปตท.ก็ดูจะใจอ่อนยอมถอนฟ้องหม่อมกร กับนายอิฐบูรณ์ให้
“บรรยากาศการเจรจาก็เป็นไปด้วยดี ไม่เยิ่นเย้อ ที่ประชุมตกลงกันว่า จะต้องให้ฝ่ายแกนนำทั้ง 5 พบปะพูดคุยปรับความเข้าใจในข้อมูลที่บรรดานักสู้ภาคประชาชนแต่ละคนนำไปปราศรัยปลุกระดมให้ประชาชนหลงเชื่อในข้อมูลซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ซึ่งแกนนำทั้ง 5 ต่างก็ยินยอมที่จะรับฟัง ...”
“นายปิยสวัสดิ์ เองยืนยันเหตุที่ ปตท.ต้องฟ้องทั้ง 5 แกนนำนั้นไม่ได้ต้องการเงิน แต่เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กร เพราะข้อมูลที่ฝ่ายแกนนำไปปลุกระดมให้รังเกียจองค์กร ปตท. เป็นการกระทำฝ่ายเดียว ปตท.ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงเลยต้องพึ่งบารมีศาล”
ตรงนี้อาจมีคำถามว่า แล้วจุดยืนที่ผ่านมานั้นคืออะไร ตกลง ปตท.นั้นเอารัดเอาเปรียบอย่างที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ แล้วที่ไปร้องขอให้หลวงปู่พุทธะอิสระ หย่าศึกให้นั้นคืออะไร
“...ฉันอยากให้คุณปิยสวัสดิ์ (อัมระนันทน์) ปตท. กระทรวงพลังงาน ฟ้องทุกคน เพื่อจะได้พิสูจน์กันว่า ใครกันแน่โกหก ข้อมูล ข้อเท็จจริง ฉันไม่ขอยุ่ง อยากรู้เหมือนกันว่า ใครจริง ใครเท็จ จะได้ใช้ศาลสถิตยุติธรรม เป็นเครื่องพิสูจน์ ใครผิด ใครถูกก็ว่ากันไปในศาล นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น ประชาชนจะได้ตาสว่างว่าใครหลอก ใครกันแน่!...”
ก็ได้แต่ปลงอนิจจังอย่างที่หลวงปู่บ่นออกมาดังๆ จากที่ต้องเป็นหนังหน้าไฟลงไปเคลียร์หน้าเสื่อให้
ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วองค์กรเอกชนที่เรียกตัวเองว่า "กองทัพประชาชน" ที่ไปยึดสำนักงาน ปตท.ช่วงม็อบใหญ่นั้น จะว่าอย่างไร จะยังยืนยันว่า ที่ทำไปนั้นเพื่อประเทศชาติ ประชาชน แล้วไม่ยอมรับเงื่อนไขของ ปตท.ตามที่ได้ไกล่เกลี่ยกันหรือไม่
แต่เห็นแนวทางที่เดินมาขนาดนี้แล้ว คงจะเลือกไกล่เกลี่ยเสียมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ นี่เป็นเพียงแค่ 1 ในหลายๆ คดี



