
วาระล้างบางตำรวจ
วาระล้างบางตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่7ม.ค.2558
ปัญหาการเมืองที่สร้างความขัดแย้งมายาวนาน กำลังคลายปมออกทีละเปลาะโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีหัวเรือใหญ่ทั้งฝ่ายทหารและการเมืองคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การวางรากฐานรัฐธรรมนูญแม้จะยังไม่เห็นหน้าตาที่ชัดเจน แต่ก็คืบคลานไปตามโรดแม็พที่วางไว้ ขณะเดียวกันเครือข่ายของกลุ่มอำนาจเก่ากำลังถูกย่อยสลายลงไปเรื่อยๆ หน่วยงานราชการส่วนต่างๆ มีการขยับปรับย้ายแต่งตั้งกันไปเกือบจะครบหมดแล้ว ยังเหลือหน่วยงานสำคัญอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ระดับบนคือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงลงมาถึงผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต. ถูกปรับทัพกันขนานใหญ่เสร็จสิ้น รวมถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547 เพื่อให้องค์กรตำรวจปลอดจากการเมือง แต่ยังเหลือนายตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ซึ่งถือว่าเป็นกำลังหลักสำคัญให้แก่นักการเมืองทั่วประเทศ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของก.ตร. ในอีกไม่กี่อึดใจนี้
โผโยกย้ายที่จะมีขึ้นหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะเห็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งครั้งใหญ่ เป็นการจัดวางทัพจากสายคุมอำนาจในปัจจุบันที่มีการจับตากันมากที่สุดนอกเหนือจากตำรวจภูธรจังหวัดต่างๆ แล้วก็เห็นจะเป็น 2 หน่วยงานหลักคือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่วนของนครบาลกำลังมีข่าวอยู่ในขณะนี้เพราะจะมีการโยกนายตำรวจระดับผู้กำกับหลายสิบนายออกนอกหน่วย และแต่งตั้งคนในสายการเมืองและมือไม้ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่ จุดโฟกัสสำคัญคือ นายตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยเฉพาะป้ายโฆษณาและรับใช้ฝ่ายการเมืองในช่วงวิกฤติการชุมนุมทางการเมืองก่อนการเข้ายึดอำนาจโดยกองทัพ เพราะนายตำรวจชุดนี้ยังไม่มีการปรับย้ายจนถึงวาระขณะนี้ มีนายตำรวจหลายคนที่ถูกกาชื่อว่าอยู่ในสายอำนาจเดิมหรือเป็นกลุ่มที่เดินเกมใต้ดินให้แก่นักการเมืองนามพรรคเพื่อไทยที่เป็นอดีตแกนนำรัฐบาล
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่อดีตผู้บัญชาการถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ ก็อยู่ในข่ายปรับย้ายครั้งใหญ่เช่นกัน เพราะคดีความที่เกิดขึ้นร้ายแรงและมีนายตำรวจเกือบทุกระดับหลายหน่วยใน บช.ก. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยก่อนหน้านี้ก็ถูกเพ่งเล็งว่าทำงานอย่างเอกเทศและนายตำรวจคุมกำลังส่วนใหญ่อยู่ในสายอดีตผู้บัญชาการ จึงมีกระแสข่าวออกมาโดยตลอดว่าจะมีการล้างบางกันเกือบทุกบก. ตั้งแต่กองปราบฯ ไล่ไปเกือบทุกกองกำกับถูกปรับย้าย ตำรวจทางหลวง ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจน้ำ เป็นต้น ซึ่งทั้งสองกองบัญชาการนี้เป็นกำลังหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายตำรวจที่นั่งอยู่บนผลประโยชน์กองโต ที่ปรากฏเป็นกลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาของอดีตผู้บัญชาการทั้งสิ้น ขุมทรัพย์แบบนี้จึงเป็นที่หมายปองของนายตำรวจหลายคนและมีความพยายามแย่งชิงกันมาตลอด แต่เหนือสิ่งอื่นใด ข้ออ้างในการล้างบางส่วนสำคัญคงไม่พ้นการปรับทัพเพื่อเคลียร์คนของฝ่ายการเมืองเดิมออกไปและเปิดทางให้จัดระเบียบขุมกำลังใหม่ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเป็นธรรมของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่เหวี่ยงแหย้ายเพื่อเอาคนขอตัวมาแสวงหาผลประโยชน์ เป็นวัฏจักรตำรวจ



