คอลัมนิสต์

ข่าวลือรับปีใหม่ : ข่าวจริงที่ยังมาไม่ถึง ?

ข่าวลือรับปีใหม่ : ข่าวจริงที่ยังมาไม่ถึง ?

06 ม.ค. 2558

ขยายปมร้อน : ข่าวลือรับปีใหม่ ข่าวจริงที่ยังมาไม่ถึง ? : โดย...ศรุติ ศรุตา

 
                            ก่อนช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ มีกระแสข่าวว่า จะมีนายทหารระดับ "พลเอก" ถึง 3 คน เตรียมจะลาออกจากตำแหน่งทั้งที่ยังไม่ถึงวาระที่จะเกษียณอายุราชการ
 
                            พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรมว.ยุติธรรม
 
                            พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองผู้บัญชาการทหารบก และรมว.พาณิชย์
 
                            พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา และรมช.ศึกษาธิการ
 
                            คือ 3 พลเอกที่ว่า 
 
                            พล.อ.ฉัตรชัย หรือ "บิ๊กนมชง" เพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวนี้ พร้อมยืนยันว่าเป็นข่าวลือ
 
                            ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่บอกว่า ถึงเวลาก็รู้เอง
 
                            ส่วน พล.อ.สุรเชษฐ์ นั้น ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรออกมา
 
                            แต่ทั้งสามจะเกษียณอายุราชการในปี 2558 
 
                            มองในมุมของความเต็มที่ในการทำงาน นายทหารทั้งสามนี้ต้องถือว่า "หนักเอาการ" เพราะต้องไปรื้อ ไปซ่อม ไปสร้าง ระบบขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะ พล.อ.ไพบูลย์ ที่นั่งเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม มีเรื่องราวที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในก่อนหน้านี้มากมาย กฎหมายการทวงถามหนี้ที่เพิ่งผ่าน สนช.ไปก่อนปีใหม่ ก็มาจากการตกผลึกของ พล.อ.ไพบูลย์ 
 
                            เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย งานในกระทรวงพาณิชย์นั้น เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว
 
                            ทั้งสามนั้นอาจเรียกได้ว่า เข้าไปดูงานตามหน้าที่นายทหารน้อยเต็มที 
 
                            ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งดังกล่าว ก็จะทำให้การเลื่อนไหล โดยเฉพาะในสายบูรพาพยัคฆ์ ก็จะมีโอกาสขยับครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือนเมษายนนี้ ที่จะมีการโยกย้ายนายทหารกลางปี
 
                            พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก็น่าจะเป็นเบอร์แรกที่ถูกเลือกให้เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. โดยคาดว่า พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพน้อยที่ 1 จะขยับขึ้นมาแทน
 
                            ที่น่าจับตาก็คงจะเป็น พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. จะขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ. แทนที่ พล.อ.ฉัตรชัย หรือไม่ หากว่ามีการลาออกกันจริงๆ
 
                            ถ้าเป็นดังที่ว่า "บูรพาพยัคฆ์" ก็จะเต็มพรืดไปทั้งกองทัพ เพราะตำแหน่ง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ว่างลง ก็คงจะขยับ พล.อ.วลิต โรจนภักดี รองเสนาธิการทหาร ไปเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
 
                            ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ถ้าจับทิศทางของข่าวที่สะพัดมาแล้ว ดูเหมือนว่า "เป้าหมาย" น่าจะเป็น พล.อ.ไพบูลย์ ที่เติบโตในสาย "วงศ์เทวัญ" เสียมากกว่า
 
                            ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร จะพยายามย้ำว่า การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารจะไม่มีคำว่า "สายใคร" หากแต่เป็นไปตามความรู้ความสามารถ และความเหมาะสม
 
                            ซึ่งก็อาจจะเป็นเช่นนั้น !
 
                            แต่ถ้าว่ากันเฉพาะ พล.อ.ไพบูลย์ ก็จะพบว่า มีบุคลิกที่แตกต่างจากนายทหารคนอื่นๆ พอสมควร เพราะนอกจากจะมีความรู้ในเรื่องข้อกฎหมาย จนได้รับมอบหมายให้มาทำงานใหญ่รื้อโครงสร้างของระบบยุติธรรมแล้ว บทจะบู๊ ก็ไม่เคยเป็นรองใคร
 
                            การยึดอำนาจของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เมื่อปี 2549 ก็มีการบอกเล่ากันว่า พล.อ.ไพบูลย์ นี่แหละที่เป็นคีย์แมนในการวางแผน และจัดวางกำลัง แล้วก็คงไม่ต้องถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อมือ พล.อ.ไพบูลย์หรือไม่
 
                            ในครั้งนี้ ก็ว่ากันว่า ก่อนที่จะยึดอำนาจก็ พล.อ.ไพบูลย์ นี่แหละ ที่กล้าเดินเข้าห้องไปพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ถ้าทำแล้วต้องทำให้จบ !
 
                            นั่นอาจเป็นคำตอบได้ว่า ในช่วงสุญญากาศหลังการยึดอำนาจ จากที่เคยมีข่าวทหารแตงโม ในก่อนหน้านี้ เอกภาพในกองทัพแน่นปึ้กที่สุดแล้วทุกคนเคารพและเชื่อมั่นต่อ "นาย" ที่เป็นผู้นำในการยึดอำนาจอย่างเต็มเปี่ยม
 
                            แต่ก็ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ โอเค แล้วคนอื่นจะโอเคด้วยหรือเปล่า
 
                            ที่แน่ๆ สำหรับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีแล้ว พล.อ.ไพบูลย์ ยังเป็นผู้ที่ถูกถามหาเสมอ
 
                            และเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2557 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) เป็นกรณีพิเศษเป็นบำเน็จความดีความชอบให้แก่ พล.อ.ไพบูลย์ ซึ่งชี้ให้เห็นผลงานได้เป็นอย่างดี
 
                            ถ้าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริงก่อนเดือนเมษายน ก็เท่ากับ 6 เดือน อย่างที่เสียงของใครบางคนพูดให้บรรดาขุนทัพทั้งหลายได้ยินในก่อนหน้านี้ ว่า ครบกำหนดที่จะต้องเปลี่ยนแปลง!
 
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(ขยายปมร้อน : ข่าวลือรับปีใหม่ ข่าวจริงที่ยังมาไม่ถึง ? : โดย...ศรุติ ศรุตา)