คอลัมนิสต์

ระวัง ! เกมต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำปฏิรูปเละ

ระวัง ! เกมต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำปฏิรูปเละ

05 ม.ค. 2558

ขยายปมร้อน : ระวัง ! เกมต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำปฏิรูปเละ : โดย...ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น

 
                           ถึงเวลาเริ่มต้นทำงานของรอบปี 2558 อย่างเป็นทางการแล้ว ในรอบสัปดาห์แรกของปีและสัปดาห์ต่อๆ ไป ปมร้อนที่ต้องติดตามแบบห้ามกะพริบตา คือ การยกร่างบทบัญญัติรายมาตราของรัฐธรรมนูญ ซึ่ง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นผู้นำทีม ขนาบข้างซ้าย-ขวา ด้วยทีมงานกฤษฎีกา ที่มี กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะประธานอนุกรรมาธิการยกร่างบัญญัติรายมาตราฯ ดูแลอย่างใกล้ชิด
 
                           ในช่วงหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา “ทีมงานเขียนร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา” ทำงานแบบไม่หยุดหย่อน ตามที่ปฏิทินยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือ นำหลักการสำคัญที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นพ้องร่วมกันไปเขียนเป็นมาตราภาษากฎหมาย บรรจุตามภาค ตามหมวดภายใต้กรอบของร่างกฎหมายสูงสุดแห่งชาติ
 
                           หากจำได้..สาระหลักในประเด็นจัดสรรโครงสร้างอำนาจทางการเมืองได้ข้อสรุปเกือบครบทั้งหมดแล้ว 
 
                           แม้คณะโฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ จะออกมาให้ความเห็นว่า เป็นความเห็นร่วมกันอย่างฉันทามติ แต่ลึกๆ แล้วยังมีประเด็นที่ถูกโต้แย้ง เช่น ระบบเลือกตั้งที่ใช้ การเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว - การเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อด้วยการเสนอบัญชีรายชื่อตามกลุ่มหรือตามภาค-ที่มาของนายกฯ และบางเรื่องที่กรรมาธิการเสียงแตก ถกเถียงมากจนไร้ข้อยุติ เช่น ประเด็นของหนังสือสัญญา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2550 อยู่ที่มาตรา 190
 
                           แต่ภาพขอความเห็นที่ยังไม่ลงรอย ไม่ร้อนเดือดจนปรอทแตก นั่นเป็นเพราะวิธีบริหารความขัดแย้งแบบฉบับของ “ดร.บวรศักดิ์” ที่ไม่สรุป-ตัดบท แต่กลับใช้วิธีให้กรรมาธิการที่เห็นต่างรวมหัวประชุม ปรึกษาหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้เขียนเป็นบทบัญญัติในส่วนที่สรุปกันได้มานำเสนอต่อ “ทีมยกร่างบทบัญญัติรายมาตราฯ” 
 
                           ขณะที่ในประเด็นความเห็นต่าง ซึ่งขอสงวนโดยกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ใช้วิธีให้บันทึกความเห็นไว้ในที่ประชุม และให้สิทธิ์ยกประเด็นมาพิจารณาได้เมื่อถึงวาระพูดคุย นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ “กรรมาธิการ ฐานะตัวแทนกลุ่มขั้วทางการเมือง” ต่อรองหลักเกณฑ์การจัดสรรอำนาจในรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างกรณีของที่มานายกฯ ตามข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเห็นตรงว่า ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เช่นเดียวกับเสียงส่วนหนึ่งในที่ประชุมกรรมาธิการยกร่างฯ 
 
                           แต่เมื่อ “กรรมาธิการฝ่ายขวา” ไม่เอาด้วย และขอให้ใช้ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม คือ ผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎร จึงเกิดการต่อรอง และยอมรับข้อเสนอ จาก “กรรมาธิการฝ่ายก้าวหน้า” คือ เปิดทางให้ภาคประชาชนมีโอกาสเข้าสู่เส้นทางอำนาจทางการเมือง ด้วยให้สิทธิ์ “กลุ่มการเมือง นอกเหนือจากพรรคการเมือง” เสนอบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ได้ และนายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส. ส่วนการตรวจสอบให้ยกระดับการตรวจสอบของภาคประชาชนเป็นหนึ่งในหลายๆ กลไกของหน่วยงานรัฐ
 
                           การต่อรอง-รับข้อเสนอ ที่เกิดขึ้นถือเหตุผลสำคัญคือ รักษาเจตนารมณ์ และโครงสร้างการปกครองหลักที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 35 ระบุไว้ โดยวาระของการยกร่างบทบัญญัติเป็นรายมาตราของรัฐธรรมนูญใหม่นับตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม เป็นต้นไปจนครบ 120 วันในช่วงเดือนเมษายน 
 
                           ยังมีอีกหลายช็อตที่ต้องจับตา แม้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 จะกำหนดกรอบ 10 ข้อให้เป็นต้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องรับฟังเสียงสะท้อนจาก 4 สายแม่น้ำและภาคประชาชนอีก
 
                           ดังนั้นปรากฏการณ์ต่อรองอำนาจ-จัดโครงสร้างการเมืองใหม่ จึงพึงระมัดระวังและอย่าให้หลุดเป้าหมายเดิม คือ การแก้ปัญหาเดิมๆ เพราะหากหลุดเป้าหมาย มุ่งตามใจ “นักต่อรอง-แป๊ะเจ้าของเรือ” มากไป รัฐธรรมนูญใหม่ที่ตั้งใจให้เป็นฉบับปฏิรูป อาจกลายเป็น “ฉบับปฏิเละ” และแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย!!
 
 
 
 
 
 
------------------------
 
(ขยายปมร้อน : ระวัง ! เกมต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำปฏิรูปเละ : โดย...ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น)