
191เปิดสายตรงแจ้งเหตุอาชญากรรม
191เปิดสายตรงแจ้งเหตุอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยมณเฑียร อินทะเกตุ
ประชาชนส่วนใหญ่มีความคาดหวังในการพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเกิดเหตุร้าย หรือเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจที่มีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นการก่อเหตุ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ทำร้ายร่างกาย ไฟไหม้ รถชน ฯลฯ ในทางปฏิบัติประชาชนต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่งแรกที่จะช่วยคลี่คลาย หรือควบคุมสถานการณ์ รวมถึงการเป็นตัวกลางช่วยประสานงานผู้เกี่ยวข้องให้เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งสิ่งแรกที่ทุกคนตั้งสติฉุกคิดขึ้นได้คือการโทรแจ้งหมายเลขสายด่วน 191 แต่ที่ผ่านมาประชาชนที่ใช้บริการหมายเลขนี้ กลับไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร
ด้วยเหตุนี้ทางกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 นำโดย พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. และพ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) จึงได้คิดหาช่องทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่พึ่งแรกของประชาชน โดยเฉพาะตำรวจ 191 ซึ่งเป็นงานสายตรวจคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงได้ผุดโครงการ "You' ll never walk alone” เพิ่มช่องทางการแจ้งเหตุร้ายด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือสายตรง 4 หมายเลข คือ 06-1385-0191, 06-1385-1191, 06-1385-2191 และ06-1385-3191 นอกเหนือจากหมายเลขสายด่วน 191ที่มีอยู่เดิม สร้างความเชื่อมั่นด้ว่าตำรวจจะอยู่เคียงข้างประชาชน
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีปัญหาในการติดต่อช่องทางการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านหมายเลขสายด่วน 191 ซึ่งบางเรื่องบางสถานการณ์บุคคลที่โทรหมายเลขนี้ อาจต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ เพราะยังมีปัญหาและอุปสรรคบางประการ เช่น การแจ้งเหตุหลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ คู่สายไม่ว่าง ฯลฯ ทางตำรวจเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามหาทางแก้ปัญหาเพื่อรองรับความเดือดร้อนของประชาชนในการแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือ
"กองบัญชาการตำรวจนครบาลรับทราบถึงปัญหาในการแจ้งเหตุด่วน จึงได้ให้ความสำคัญในช่องทางการแจ้งเหตุ โดยจัดโครงการ 191 ที่พึ่งแรก ที่รักของประชาชน "You' ll never walk alone" เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง โดยเพิ่มคู่สายการแจ้งเหตุและกำลังพลเป็น 60 คู่สาย เพื่อเปิดช่องทางการแจ้งเหตุที่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โดยตรง และจะดำเนินคดีกับบุคคลที่แจ้งเหตุหลอกเจ้าหน้าที่ เพราะระหว่างการสนทนาจะมีการบันทึกเสียง และตรวจสอบจุดที่โทรมา เพื่อเป็นป้องกันไม่ให้มีการแจ้งเหตุหลอก นอกนี้ยังมีระบบโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์อย่าง "เฟซบุ๊ก” กับ “ไลน์” ที่เป็นช่องทางการแจ้งเหตุด้วยเช่นกัน โดยทางเฟซบุ๊กใช้ชื่อเพจว่า "สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ" ส่วนไลน์ สามารถแอดไลน์ได้ที่ "ID patrolcop0191” รอง ผบช.น. กล่าว



